ตามแก้เนื้อหาภาพ วีดีโอ เอกสาร ที่อาจมีการอ้างลิขสิทธิ์ ตอนที่1 งมหาวิธีที่ทำให้ถูกกฎหมายลิขสิทธิ์ (กำลังเขียน)

ผมขอปิดหัวข้อเดิมทั้งหมดขอพิจารณาแก้ไขทีละเรื่องจะได้ไม่มีการละเมิดลิขสิทธิ์

ผมขอปิดหัวข้อเดิมทั้งหมดแล้วค่อยๆแก้ไขทีละอัน อาจใช้เวลาเป็นเดือนต้องขออภัยด้วยครับ อันไหนที่เปิดผมก็ยังไม่แน่ใจว่าถูกลิขสิทธิ์อีกหรือเปล่า ก็เลยต้องมาศึกษากฎหมายและวิธีปฏิบัติ ทั้งในและต่างประเทศ และผมเข้าใจว่า มีทั้งรูปฟรี เอกสารฟรี วีดีโอฟรีที่เจ้าของอุทิศให้แก่โลกนี้ โดยไม่หวังเงินทอง โดยที่มีการบอกว่ามันฟรี และไม่ได้บอกว่ามันฟรี ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์

จึงขอปิดหัวข้อพวกนี้ศึกษาและแก้ไขให้มันแน่ชัดก่อน จึงค่อยๆเปิดนะครับ

คุยเรื่อยๆดึกๆค่อยหลับ

ตัวตั้งเวลางานเกษตร

ธรรมะวันละนิดจิตแจ่มใส

พลังงาน

วัสดุ วัตถุดิบ เคมี สำหรับ DIY

เวิร์ดเพลสที่ผมต้องโฟกัส

ไฟฟ้าพื้นฐาน สำหรับ DIY

ไม่มีหมวดหมู่

 

ตอนนี้ผมกำลังศึกษาเกี่ยวกับกฎหมายลิขสิทธิ์อยู่ ดูเหมือนจะทำอะไรผิดเยอะแยะมาก ก็เลยกำลังปรับปรุงและหาข้อมูลไปด้วย ว่าจะทำอย่างไรให้ถูกลิขสิทธิ์ เพราะงานเขียนสั้นๆในงานdiy ถ้าผู้มีความรู้ระดับเดียวกัน ก็จะเข้าใจกันสื่อได้เข้าใจ แต่ถ้าผู้ที่มีความรู้ต่างระดับกันมาก ย่อมหาความเข้าใจในการเชื่อมโยงกันได้ยากมาก ต้องทั้งอุปมาอุปไมย ทั้งมีรูปประกอบ มีวีดีโอ ค่อยๆตะล่อมที่ละเรื่องให้เข้าใจทีละเปาะ ซึ่งประมาณว่าต้องเหมือนเว็บ wikipedia แต่ต้องมีคนลงมือทำให้ดูด้วย ซึ่งมันมีทั้งข้อมูลให้ย่อยมากมายและใช้เวลาและแรงงานเยอะ ถ้าจะมาทำเองใหม่ทั้งหมด รูปทุกรูปก็ต้องเป็นของตัวเอง ทำวีดีโอใหม่เอง ดูเหมือนเวลาในโลกนี้จะไม่เพียงพอสำหรับเราๆที่มีอายุไม่ถึงร้อยปี

ผมลองค้นๆมีคำที่น่าสนใจ เช่น

copyleft

Free Art License

GNU Free Documentation License

Creative Commons

เหล่านี้ อาจะพอเป็นคำตอบสำหรับคนเขียนบล็อกก็ได้

 

มาลองวิเคราะห์กฎหมายลิขสิทธิ์ สำหรับคนเขียนบล็อก

ขอทำความเข้าใจกันนิดนึงก่อนจะได้อ่านง่ายๆและระวังๆ
ในหน้าสีแต่ละหน้าจะบ่งบอกดังนี้

หน้าสีแดงหรือชมภู หมายถึง  ต้องระวังอ่านให้ดีเพราะเป็นคำแปลหรือคำเข้าใจของผมเอง

หน้าเหลือง หมายถึง ยังก้ำกึ่งถ้าจะเอาไปใช้ควรปรึกษาผู้รู้

หน้าสีเขียว หมายถึง คำหรือสิ่งที่กฎหมาย บัญญติเอาไว้ แต่ควรพึงระวังเมื่อยกมาเพียงบางมาตรา ถ้าจะทำความเข้าใจเองจริงๆก็ต้องอ่านให้ครบทุกมาตราแล้วจะเข้าใจทั้งหมด การอ่านเพียงบางคำบางประโยคของกฎหมายเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะกฎหมายมันอิงและโยงใยกันข้ามมาตราหรือข้ามบรรทัดบางทีก็ข้ามฉบับและมีการยกเลิกหรือมีการแทรกบางมาตราบางคำหรือบางวรรค ในฉบับหลังๆ สิ่งที่ถูกควรอ่านทุกฉบับที่เกียวข้องไม่ควรอ่านเป็นประโยคๆหรือเป็นคำๆ ส่วนที่ผมยกมาบางประโยคที่เป็นหน้าสีเขียวจะเป็นคำหรือประโยคที่มีอยู่จริงในกฎหมาย และผมต้องการยกประโยคหรือมาตราเพื่อนำมาวิเคราะห์ เพราะผมอ่านทั้ง3ฉบับแล้วโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้อง (พวกนักแสดงผมอ่านข้ามๆ แต่อ่านคำเริ่มของมาตราและวรรคว่ามันเกี่ยวข้องกับอะไร)

กฎหมายลิขสิทธิ์ ที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน(2558)
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗,ราชกิจจานุเบกษา
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘,ราชกิจจานุเบกษา
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘,ราชกิจจานุเบกษา

เมื่อผมได้อ่านกฎหมายลิขสิทธิ์ทั้งหมด และผมสนใจเพียงแต่เรื่องของการแชร์ คัดลอก ใช้ ดัดแปลงงานที่มีลิขสิทธิ์มาใช้ในเว็บของเรา จะพบว่า (อันนี้ผมวิจารณ์ในกฎหมายและเจตนาของผู้ที่เข้าข่ายที่อาจจะเป็นผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ แนวๆเอารูป เสียง วีดีโอ เอกสารมาใช้ในเว็บบล็อกเท่านั้น อย่างอื่นไม่สนใจ) อันนี้เป็นการวิเคราะห์วิจารณ์กฎหมายโดยใช้ความเข้าใจส่วนตัวและมีเฉพาะในแง่คนใช้งานอินเตอร์เน็ททั่วไป ซึ่งผมไม่ใช่นักกฎหมาย นั่นหมายถึงจะเอาไปใช้งานจริงควรตรวจสอบอีกทีจากผู้รู้ให้แน่นอนก่อน

ผู้สร้างสรรค์งาน ก็คือผู้ทำผลงานชิ้นหนึ่งออกมาโดยมีลิขสิทธิ์ (ทุกอันที่อยู่ในโซนแดงคือผมแปลเอง เข้าใจนะ)

ลิขสิทธิ์ จะเกิดขึ้นเมื่อผู้สร้างสรรค์ทำผลงานออกมา ผมสนใจในเรื่อง

1. งานจิตรกรรม งานภาพถ่าย งานภาพประกอบ ถือว่าเป็นงานศิลปกรรม แม้จะมีคุณค่าหรือไม่ก็ตาม(ตามมาตรา4 นิยามคำว่างานศิลปกรรม จะมีคำว่ามีคุณค่าหรือไม่ก็ตาม )

แสดงว่า ถ่ายรูปเล่นๆกับหมาที่บ้านอย่างนี้ถือว่ารูปนี้มีลิขสิทธิ์ ลิขสิทธิ์เป็นของผู้ถ่าย ไม่มีอะไรผิดกฎหมายเนื่องจากหมาและผู้ถ่ายตนเองกับหมานั้นและวิวรอบข้างไม่ได้ไปละเมิดใคร(ละเมิดหมายถึงง่ายๆคือเขาไม่ได้อนุญาต คล้ายๆกับรายการอาหารญี่ปุ่นไปร้านอาหารที่เขากำลังกินๆกันอยู่ไปถ่ายพร้อมกับพิธีกรถ้าเขาไม่อนุญาตคนกำลังกินๆอยู่ก็จะถ่ายก็จะไปละเมิดเขา ฉะนั้นจะเห็นว่าบางทีทำหน้าภาพประกอบคนกำลังกินข้าวด้วยหน้าเบลอๆแต่พิธีกรหน้าชัด)

ถ้าแปลง่ายๆในคำว่าลิขสิทธิ์ในงานถ่ายเล่นๆไม่ใช่มืออาชีพน่าจะคล้ายกับความเป็นเจ้าของ ซึ่งตอนนี้อาจไม่มีค่าแต่คนอื่นอาจแอบเอาไปใช้หาผลประโยชน์ได้หรืออาจะทำให้เกิดเรื่องราวที่มีผลกระทบกับเจ้าของคนถ่ายรูปได้ กฎหมายจึงรับรองสิทธิ์หรือ ลิขสิทธิ์หรือความเป็นเจ้าของเอาไว้ ไม่ให้คนอื่นแอบเอาไปใช้โดยไม่ขออนุญาต ผมลองอ่านแล้วการถ่ายเล่นๆก็ควรต้องมีลิขสิทธิ์เพราะมีคำว่ามีคุณค่าหรือไม่ก็ได้

บนคอมพิวเตอร์ เราสามารถทำงานจิตรกรรมเช่นวาดการ์ตูนบนคอม หรือ วาดภาพร่าง ระบายสี ก็ถือว่าเป็นงานจิตรกรรมได้ เช่นกันวาดเล่นๆมั่วเด็กอนุบาลวาด ก็ถือว่าเป็นผลงานที่มีลิขสิทธิ์ของเด็ก ในข้อหลังๆของกฎหมายจะมีคำว่าถูกเผยแพร่ และอายุของลิขสิทธิ์ที่มีนานมาก อย่างน้อย 50 ปี ส่วนงานภาพประกอบ จะเป็นแผนที่ แบบ โครงสร้าง ภาพร่าง ประมาณว่าเป็นแบบสร้างปืนของดาวินชี่(สมมติว่าดาวินชี่จะดังหรือไม่ก็ตาม) อย่างนี้ก็ถือว่าเป็นภาพประกอบ รวมความคืองานอะไรที่ประกอบด้วยเส้นสีหรือจุดแสดงออกมาเป็นอย่างน้อยก็เข้าข่ายในงานหัวข้อนี้ซึ่งมีลิขสิทธิ์

2 งานวรรณกรรม หรืองานเขียน หรืองานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ถ้าทำออกมาก็ถือว่าเป็นลิขสิทธิ์ เช่น เขียนบล็อก แต่งกลอน เขียนโปรแกรม  แต่กฎหมายไม่ได้ระบุว่าถ้างานนั้นยังเขียนไม่เสร็จว่ามีลิขสิทธิ์หรือไม่

เข้าใจว่าถ้ามีบางส่วนที่แสดงออกมาหรือเป็นสำนวน อันควรเชื่อได้ว่ามาจากผู้สร้างสรรค์คนนั้นจริงก็ถือว่างานนั้นมีลิขสิทธิ์และเจ้าของคนนั้นเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ เช่นงานววรณกรรมชิ้นสุดท้ายของเจ้าของชื่อดังก่อนตายที่ยังเขียนไม่เสร็จก็ถือว่างานดังกล่าวมีลิขสิทธิ์   แม้แต่งานที่หาตัวคนทำไม่ได้แต่คนสนใจก็ยังมีลิขสิทธิ์ไป 50 ปี นับตั้งแต่วันเผยแพร่หรือสร้างขึ้น  และลิขสิทธิ์สามารถถ่ายโอนได้ด้วยหนังสือสัญญาแต่ในกรณีเรื่องมรดกทายาทจะได้รับลิขสิทธิ์ต่อไปได้เหมือนมรดกทั่วๆไป

โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ งานที่ประกอบด้วยลำดับภาพ ภาพเคลื่อนไหวหรือเสียง ก็คือวีดีโอทั้งหลายในยูทูป ภาพประกอบเพลง วีดีโอ เหล่านี้คือผลงานอันมีลิขสิทธิ์

การคุ้มครองสิทธิ์

มาตรา ๑๕ ภายใต้บังคับมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๔ เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้

(๑) ทำซ้ำหรือดัดแปลง
(๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน
(๓) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง
(๔) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น
(๕) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (๑) (๒) หรือ (๓) โดยจะกำหนดเงื่อนไข อย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนด ในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม ไม่ได้
การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (๕) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่ เป็นธรรมหรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดใน กฎกระทรวง

แสดงว่าผู้ที่ทำผลงานออกมาแล้วกฎหมายระบุการคุ้มครองสิทธฺ์ไว้ของเจ้าของสิทธิ์นั้น ภาษาอังกฤษมักชอบต่อท้ายบทความหรือรูปว่า All right Reserved หมายถึง สิทธิ์ทั้งหลายถูกสงวนไว้แล้ว และในมาตรา15(5) เฉพาะในเรื่องทำซ้ำดัดแปลงในภาพ ข้อความ เสียง หรือวีดีโอ เจ้าของสิทธิ์เท่านั้นที่อนุญาตผู้อื่นให้ทำการดังกล่าวได้

งานอันที่ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์

ลิขสิทธิ์ไม่ครบคลุมถึงความคิด ขั้นตอน กรรมวิธี ระบบ วิธีใช้ หรือวิธีการทำงานหรือการผลิต แต่จะไปละเมิดสิทธิ์ชนิดอื่น เช่นสิทธิบัตร ซึ่งมีวิธีขั้นตอนสูตรในการผลิตสินค้าเป็นต้น ประมาณว่ายาขนิดนี้ผลิตไม่ได้นะอเมริกาโดยบริษัทabcเป็นเจ้าของสิทธิ์อยู่เป็นต้น

ลิขสิทธิ์ยังไม่ครอบคลุมแนวความคิด หลักการ การค้นพบ หรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นความจริงที่ไม่ใช่ผู้ใดผู้หนึ่งสร้างขี้นและเป็นเจ้าของมันได้

ตามมาตรา7  ข่าวประจำวัน ข้อเท็จจริง หรืออื่นๆ คืออะไรทีเกียวกับราชการเช่น กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับและอื่นๆของหน่วยราชการ คำพิพากษาของศาล และคำแปลและการรวบรวมทั้งหมดที่กล่าวมาของหน่วยราชการต่างๆ ตั้งแต่ข่าวประจำวัน…. ไม่ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธาณชน

ทำซ้ำ ก็หมายถึงก็อปปี้ทำสำเนาบางส่วนหรือทั้งหมด เช่นเอารูปในอินเตอร์เน็ตเขามาทั้งรูปมาใช้ จะย่อหรือขยายหรือ corpหรือตัดบางส่วนเอามาใช้ ก็ใช่การทำซ้ำ หรือเอาข้อความของบล็อกเขาบางส่วนที่เป็นสำนวนของเขาทั้งประโยคหรือพารากราฟมาใช้

เช่นจะเห็นว่าเดี๋ยวนี้มีเว็ปดูดข้อมูลจากเว็บบอร์ดพันทิพทั้งกระทู้มีทั้งรูปและคำสำนวนมาสร้างคอนเทนต์ให้เว็บตัวเอง แน่นอนครับพันทิพไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ได้เป็นผู้เสียหาย แต่คนถ่ายรูปและประโยควิจารณ์ที่ให้ทั้งประโยชน์สาระหรืออารมณ์ถือว่าเป็นงานเขียน การคัดลอกเหล่านี้อาศัยช่องว่างระหว่างผู้เสียหาย ผู้ถูกละเมิด ถ้ามีใครสักคนไม่ยอมเว็บเหล่านี้ก็ถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์โดยเฉพาะพวกที่นำไปแสวงหากำไรหรือผลประโยชน์เป็นเงินหรือขายดีขึ้นหรือคนคลิ๊กเข้าไปแล้วหากำไรทางอื่นได้มากขึ้นเป็นต้น

ดัดแปลง  ก็หมายถึง ทำซ้ำโดยเปลี่ยนรูปบางส่วน ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม จำลองบางส่วนที่สำคัญไปทำงานใหม่โดยไม่ได้ทำใหม่เองทั้งหมด โดยจะทำเป็นบางส่วนหรือหรือทำทั้งหมดก็เข้าข่ายดัดแปลง เช่นเอารูปบางส่วนมาตัดแปะกับอีกรูปหรือเขียนข้อความลงไปบนรูปนั้น เป็นต้น

การเผยแพร่ต่อสาธารณชน ในการเอาขึ้นเว็บถือว่าเป็นการเผยแพร่ต่อสาธารณชนแล้ว ถ้าเอาของอันมีลิขสิทธิ์ขึ้นเว็บถือว่าเป็นการเผยแพร่
 

การละเมิด

การละเมิดลิขสิทธิ์จะเกิดขึ้น เมื่อผู้มีลิขสิทธิ์ไม่ได้อนญาตผู้นั้นให้ใช้สิทธิ์ได้ตามมาตรา15 วงเล็บ(5) คือไม่อนุญาตให้ ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธาณชน แก่ผู้นั้น แต่ผู้นั้นก็ยังก็อบปี้ โมดิฟาย เอาไปทำงาน หรือเอาบางส่วนไปทำงาน หรือเอาขึ้นเว็บ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งหมดโดยไม่ได้รับการอนุญาต แสดงว่าจะเอาไปหากำไรเพื่อการค้าหรือไม่ก็ตามก็ถือว่าเป็นการละเมิด

เช่นเอารูปของคนอื่นทำมาไปแปะบนเว็บตัวเองแล้วบอกว่า ขอขอบคุณภาพจากพันทิพ ใช่ครับพันทิพไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ขอบคุณก็ผิดตัว ผมก็ใช้อยู่แบบนี้เหมือนกัน ถือว่าเป็นการละเมิด เพราะเจ้าของภาพไม่ได้อนุญาต แต่เจ้าของภาพไม่ได้มาฟ้องร้องกับเราที่เอาขึ้นเว็บเป็นต้น

เช่นเอายูทูปไปembed โดยที่เจ้าของไม่อนุญาตก็ถือเป็นการละเมิดในเรื่องการเผยแพร่ แต่เมื่ออ่านสัญญามาตรฐานของยูทูปเองก็ยังไม่ได้รับผิดชอบว่าถ้าใครจะเอางานของคุณไปembed(ใครละเมิดใครไปฟ้องกันเอาเอง ยูทูปไม่เกี่ยว และเขาทำตามกฎหมายของยูเอสบนรัฐที่เขาตั้งอยู่เท่านั้น)  และยูทูปยังไม่อนุญาตให้เอาวีดีโอที่อัพโหลดไปใช้ในเชิงพาณิชย์ เช่นประมาณว่าอัพหนังไว้หลายเรื่องเปิดช่องไว้ให้คนอื่นเข้าใช้และหาทางเก็บตังค์หรือยัดโฆษณาในเว็บนั้น ทางยูทูปบอกว่าเขาสามารถทำได้แต่เพียงผู้เดียว(อ่านแล้วงงๆมันริดรอนสิทธิ์เราหรือเปล่าหว่า)

ข้อยกเว้นการละเมิด

ปล. การยกเว้นการละเมิด คนละอย่างกับการละเว้นไม่ต้องถูกฟ้องฐานละเมิด

ผมลองอ่านบทความของ http://www.socialmediaexaminer.com/copyright-fair-use-and-how-it-works-for-online-images/ เป็นบทความของทนายความหญิงชื่อว่า Sara Hawkins  ที่พูดถึงกฎหมายลิขสิทธิ์ของอเมริกาและการใช้งานในลักษณะ Term of Fair use หมายถึง ใช้อย่างไรให้เข้าข้อยกเว้นการละเมิด ลองอ่านยังไงๆก็แค่ป้องกันให้ได้เปรียบในคดีความเท่านั้น ในตอนท้ายๆของคอมเม้น แกยังเล่าให้ฟังว่า กูเกิ้ลถูกฟ้องร้องอยู่หลายปีจากอเมซอน ที่เอารูปของอาเมซอนขึ้นเสิชเอ็นจิ้นโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งสุดท้ายกูเกิ้ลก็ชนะคดีไป เพราะศาลสั่งว่าอยู่ในลักษณะของ Fair use แม้ว่า กูเกิ้ลเปิดเสิชเอ็นจิ้นให้ใช้ฟรี แต่ก็ยังมีลักษณะหาผลประโยชน์อยู่แต่เป็นทางอ้อม ถ้าจะลองดูให้ดี กูเกิ้ลก็เก็บภาพเล็กๆไว้ในระบบของตัวเองอยู่จริงโดยไม่เห็นมีใครอนุญาตสักราย (ไม่ใช่การส่งข้อมูลผ่านกูเกิ้ล และไม่ใช่แคชของเว็บที่มีภาพของเรา) ซึ่งเข่าข่ายการละเมิดแต่ก็ยังชนะคดีมาได้

ลองอ่านที่มาตรา 32 33 37 38 39 มีสิ่งที่หน้าสนใจค้นคว้าดังนี้

มาตรา ๓๒      การกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ หากไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงาน อันมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์ และไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร มิให้ถือว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ภายใต้บังคับบทบัญญัติในวรรคหนึ่ง การกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามวรรคหนึ่ง มิให้ถือว่าเป็น การละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้

(๑) วิจัยหรือศึกษางานนั้น อันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร
(๒) ใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือเพื่อประโยชน์ของตนเองและ บุคคลอื่นในครอบครัวหรือญาติสนิท
(๓) ติชม วิจารณ์ หรือแนะนำผลงานโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น
(๔) เสนอรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชนโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น
(๕) ทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกแสดง หรือทำให้ปรากฏ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาของศาลหรือเจ้าพนักงาน ซึ่งมีอำนาจตามกฎหมาย หรือในการรายงานผลการพิจารณาดังกล่าว
(๖) ทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกแสดง หรือทำให้ปรากฏ โดยผู้สอนเพื่อประโยชน์ ในการสอนของตน อันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร
(๗) ทำซ้ำ ดัดแปลงบางส่วนของงาน หรือตัดทอน หรือทำบทสรุปโดยผู้สอน หรือสถาบันศึกษา เพื่อแจกจ่ายหรือจำหน่ายแก่ผู้เรียนในชั้นเรียนหรือในสถาบันศึกษา ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นการกระทำเพื่อหากำไร
(๘) นำงานนั้นมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการถามและตอบในการสอบ

มาตรา ๓๓    การกล่าว คัด ลอก เลียน หรืออ้างอิงงานบางตอนตามสมควรจากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยมีการรับรู้ถึง ความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง

มาตรา ๓๗   การวาดเขียน การเขียนระบายสี การก่อสร้าง การแกะลายเส้น การปั้น การ แกะสลัก การพิมพ์ภาพ การถ่ายภาพ การถ่ายภาพยนตร์ การแพร่ภาพ หรือการ กระทำใด ๆ ทำนอง เดียวกันนี้ซึ่งศิลปกรรมใดอันตั้งเปิดเผยประจำอยู่ในที่สาธารณะ นอกจากงานสถาปัตยกรรม มิให้ถือว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานศิลปกรรมนั้น

มาตรา ๓๘   การวาดเขียน การเขียนระบายสี การแกะลายเส้น การปั้น การแกะสลัก การ พิมพ์ภาพ การถ่ายภาพ การถ่ายภาพยนตร์หรือ การแพร่ภาพซึ่งงานสถาปัตยกรรมใด มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสถาปัตยกรรมนั้น

มาตรา ๓๙   การถ่ายภาพหรือการถ่ายภาพยนตร์หรือการแพร่ภาพซึ่งงานใด ๆ อันมีศิลปกรรมใด รวมอยู่เป็นส่วนประกอบด้วย มิให้ถือว่าเป็นการ ละเมิดลิขสิทธิ์ในศิลปกรรมนั้น

อ่านแล้วดูงงๆ คือละเมิดแน่นอนถ้าไม่ได้รับอนุญาต แต่บอกว่าตามมาตรา32 ถ้าไม่กระทบสิทธิ์ของเจ้าของ ไม่ขัดต่อการหาประโยชน์จากงานของเขาและไม่กระทบสิทธิ์ของเขาเกินควรซึ่งประกอบด้วย 8 ข้อที่ทำไปแล้วสามารถยกเว้นการละเมิด  ซึ่งจะลองวิเคราะห์ดูเอาอันที่เกี่ยวกับการเขียนบล็อก

แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่นๆเช่น เพลง หนัง ซอฟแวร์ บริษัทหรือบุคคลที่เป็นเจ้าของยังสามารถหารายได้จากมันได้ มักจะไม่อนุญาต และยิ่งกว่านั้นยังไปรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นองค์กรไล่เช็กบิลคนที่แอบเอาไปคัดลอกหรือเอาไปใช้ ซึ่งองค์กรดังกล่าวจะได้ผลประโยชน์ตอบแทนกลับมาเป็นเงินหรืออะไรก็แล้วแต่ ฉะนั้นเรื่องการยกเว้นการละเมิดกับหนังเพลงซอฟแวร์มันไม่มีอยู่ในสารบบนอกจากเขาอนุญาตสิทธิ์เอาไว้ใช้สาธารณะเพราะไม่ได้อยากหาประโยชน์ส่วนตัวกับมันแล้ว

ส่วนมาตรา33 มีคำว่า มีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น ใครรับรู้? เจ้าของลิขสิทธิ์ก็รับรู้อยู่แล้วว่าตนเองเป็นเจ้าของ หรือจะหมายถึง เช่นจะเอาไปเสนอข่าวประจำวันที่มีบางส่วนของงานลิขสิทธิ์ก่อนเสนอข่าวก็ขออนุญาต ถ้าขออนุญาตแล้วเขารับแสดงว่าไม่ควรจะมีข้อความนี้ มีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น อาจหมายถึงการที่เราไม่ขออนุญาตแต่เราให้ทุกคนที่ดูข่าวรู้ว่าเจ้าของลิขสิทธิ์คือใครทำงานอะไรเป็นต้น นั่นก็คือการให้เครดิตแก่เจ้าของผลงาน

วิเคราะห์มาตรา32 (1) วิจัยหรือศึกษางานนั้น อันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร

ถ้าจะถามต่อไปว่าใครวิจัยศึกษา แสดงว่าใครก็ได้หรือเปล่า คนทั่วไปก็ได้ สามารนำไปศึกษาวิจัย โดยการทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ได้หรือเปล่า? ถ้าไม่ได้เอามาแสวงหากำไร แต่เป็นการทำเพื่อวิจัยศึกษา แต่ถ้าเรามีการขออนุญาตแล้วตามมาตรา15 (5) ขอแล้วต่อผู้มีลิขสิทธิ์ซึ่งถ้าเขาอนุญาตก็ไม่ต้องใช้กฎข้อยกเว้นข้อนี้ ซึ่งเรื่องก็ไม่ต้องถึงศาล (ยกเว้นเขากลับคำว่าเราไม่ได้รับสิทธิ์ เขาจะถามว่ามีหนังสือยินยอมหรือลายลักษณ์อักษรหรือเปล่า เพราะเขาให้แบบปากเปล่า หรือ ให้แบบตอบอีเมลล์ว่าให้ใช้ได้ )

แต่ถ้าผู้มีลิขสิทธิ์ไม่อนุญาต เราก็ฝืนทำยังสามารถทำได้หรือไม่ เพราะเราก็ไม่ได้ทำเพื่อการค้าและไม่กระทบต่อสิทธิของเขาเกินสมควร การกระทำดังกล่าวมันเป็นการละเมิดอยู่แล้ว แต่การยกเว้นได้หรือไม่ศาลจะเป็นผู้ตัดสิน จากข้อเท็จจริง

คำถามคือถ้าเราไม่ได้ขออนุญาตละจะได้ไหมจะได้รับการยกเว้นไหม  ถ้าผมเข้าข้างตัวเองและเข้าใจว่า ถ้าไม่ได้กระทบสิทธิ์ของเขา เช่นเราค้นคว้าศึกษาแล้วก็เผยแพร่บางส่วนในทางบวกก็ไม่น่าจะมีปัญหา เช่นการยกบางส่วนมาวิเคราะห์ เอารูปบางส่วนมาวิจัยศึกษาหาข้อสรุปและเผยแพร่ คำตอบคือการยกเว้นการละเมิดยังไงๆก็จบลงที่ศาลครับ แสดงว่าต้องผ่านการขึ้นโรงขึ้นศาลเป็นเวลาหลายปี เราไม่สามารถบอกได้ว่าการกระทำของเราจะได้รับการยกเว้นไม่ให้ถูกฟ้อง

แต่ถ้าก๊อปปี้และแปลทั้งหมดเป็นไทยและเผยแพร่ อันนี้ใช่การวิจัยศึกษาหรือไม่ คำตอบคือไม่น่าจะใช่  ในตอนท้ายฉบับของกฎหมายในเรื่องการแปลเป็นภาษาอังกฤษจากต้นฉบับต้องขออนุญาตทางเจ้าของเมืองนอกก่อนถ้าเจ้าของไม่อนุญาตหรือไม่ตอบมาเราก็ขอต่ออธิบดีว่าขออนุญาตแปลแบบที่ไม่ได้ใช้ในการค้าเช่นแปลระเบียบมาตรฐานทางไฟฟ้าของอเมริกาอะไรทำนองนี้แล้วก็ห้ามเอาไปพิมพ์ขาย ผมเคยเจอหนังสือลักลอบแปลไทยพิมพ์ขายเห็นถูกดีน่าซื้อพอจะซื้อเขาบอกว่าขายไม่ได้แล้วเพราะไม่มีลิขสิทธิ์สำนักพิมพ์กำลังจะถูกฟ้อง (แต่ตัวหนังสือไม่มีบอกว่าลักลอบแปลนะ) เป็นต้น

สรุปคือ ถ้าเราอาบางส่วนของ รูป หรือ วีดีโอ หรือเสียงมาทำการคัดลอก ตัดเอาบางส่วน แล้วทำข้อความมาวิจัยวิเคราะห์ถึงข้อดีข้อเสีย ความเป็นไปได้ หรือการใช้งานที่ถูกต้อง แล้วยังเผยแพร่ต่อสาธารณะชน โดยที่ไม่มีการขออนุญาต โดยไม่ขัด หรือการหาประโยชน์จากลิขสิทธิ์ หรือกระทบสิทธิ์ของเขาเกินควรก็น่าจะทำได้ โดยต้องระบุที่มาที่ไป บางส่วนของรูป หรือวีดีโอ หรือเสียง นั่นคือการให้เครดิตกับงานลิขสิทธิ์ของเขา(ตามมาตรา33) สรุปว่าอย่าไปขัดกับผลประโยชน์ของเจ้าของลิขสิทธิ์ และควรทำในแง่บวกจะดีกว่า ถ้าจะทำในแง่ลบ ก็ไม่ควรมีส่วนใดส่วนหนึ่งของเจ้าของลิขสิทธิ์อยู่ในหน้าเพจของเรา(เราส่งลิงค์ไปก็พอแล้ว) แต่การยกเว้นการละเมิดได้หรือไม่ ศาลจะเป็นผู้สั่งเท่านั้น ฉะนั้นยังไงๆผมก็ไม่แนะนำให้ทำถ้าไม่อยากขึ้นศาล

วิจัยหรือศึกษางานลิขสิทธิ์นั้น อันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร ตามมาตรา32(1)ทำอย่างไรจึงน่าจะเชื่อได้ว่าเราจะได้รับการยกเว้นการละเมิดจากการศึกษาวิจัยงานลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต

ผมจะลองยกตัวอย่างที่น่าจะเป็นไปได้ว่าถูกต้องเข้าข่ายการยกเว้นการละเมิดหรือไม่ เช่นผมบอกว่าผมอ่านดาต้าชีทเรื่องซิลิโคนของ ShinEtsu ซึ่งทางบริษัท ShinEtsu ก็ทำการเผยแพร่เอกสารดังกล่าวในหน้าเว็บของเขาอยู่ เกิดผมมีหน้านึงที่น่าสนใจและกำลังเขียนเรื่องซิลิโคน ผมก็บอกกับท่านผู้อ่านว่ากราฟตัวนี้น่าสนใจ บอกที่มาว่าอยู่ใน pdf ลิงค์ อะไร แล้วก็ตัดภาพมาดัดแปลงเอาดื้อๆ เฉพาะภาพที่ดัดแปลงด้านล่าง อันนี้ลองพิจารณาดูว่าเหมาะไหมควรได้รับการยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ไหม

EXample_break_copyright_law

ดูภาพตัวอย่างที่ถูกด้านล่างเลยครับ

มาลองคิดถึงใจเขาใจเราก่อนดีไหม
สมมติว่าเราทำกราฟอันนี้เองแล้วลงเผยแพร่แล้วบังเอิญมาอ่านเข้าจะพบว่า ไอ้นี่มันเล่นเขียนลงบนกราฟของเรา แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่ากราฟนี้เราทำหรือไอ้นี่มันเอาไปดัดแปลงตรงไหน ทำให้คนทำเอกสารเกิดความเสียหาย เนื่องจากในภาพดังกล่าวไม่ทราบว่าตรงไหนเป็นส่วนภาพของ ShinEtsu และตรงไหนเป็นส่วนภาพที่ดัดแปลง และไม่ทราบอีกหรือไม่อ้างอิงอีกว่ามาจากบรรทัดไหนของเอกสาร อย่างนี้ บริษัท ซิลิโคน ShinEtsu อาจเกิดความเสียหาย และฟ้องร้องเราได้ แต่จริงๆผมก็ไม่ได้อยากให้เกิดเรื่องเช่นนั้น

เพียงตัวอย่างข้างบนนี้แค่นี้ ก็แสดงว่ามันไม่ได้ถูกใช้ในลักษณะของการใช้ที่ถูกต้องเพียงพอต่อข้อยกเว้นการละเมิด ในภาษาอังกฤษ fair use ถ้าทำแบบข้างบนแสดงว่าคุณละเมิดอยู่แล้วยังไม่พอแต่คุณยังทำให้บริษัทของเขาเกิดความเสียหายได้ และอาจถูกฟ้องได้ทุกเวลา

ทำอย่างไรถึงจะถูก และสมควรได้รับการยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ ตามมาตรา 32(1)

ตัวอย่างการนำบางส่วนของเอกสารมาดัดแปลงเพื่อการศึกษาของเว็บแห่งหนึ่ง มีการอ้างอิงมานำมาจากเอกสารของผู้มีลิขสิทธิ์ เขียนกระทั่งเว็บที่จัดแสดงภาพนั้น และระบุอีเมลล์ที่ติดต่อ คำบอกว่าห้ามเอาไปแชร์ต่อเพราะข้อความที่ดัดแปลงอาจไม่ถูกต้อง และไม่ได้รับลิขสิทธิ์จากผู้มีลิขสิทธิ์ อย่างนี้อาจเข้าข่ายยกเว้นการละเมิด แสดงว่าผู้ดัดแปลงยอมรับผลในการกระทำดังกล่าวถ้าถูกฟ้องร้อง เพียงแต่ผู้เขียนนำมาใช้สำหรับงานศึกษาโดยไม่ได้รับอนุญาตในลักษณะFair use โดยระบุแหล่งที่มาและพร้อมแสดงความรับผิดชอบ

อันนี้เป็นแค่ความคิดของผมเท่านั้น ถ้าคิดแบบง่ายๆคือ

1. ควรระบุภาพให้ชัดเจนว่าส่วนไหนเป็นภาพต้นฉบับและมีหน้าตาอย่างไรก่อนการดัดแปลง

2. ระบุในภาพต้นฉบับแยกส่วนให้ชัดเจนว่ามาจากเอกสารอะไรหน้าไหน ทำการคัดลอกหรือดัดแปลงโดยใคร(มีอีเมลล์ระบุ) และสื่อให้ชัดเจนว่านำไปใช้ศึกษา การเอาไปคัดลอกเผยแพร่อีกต่อเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้เพราะอาจมีบางส่วนผิดพลาดจากผู้เขียนเองและอาจทำให้เจ้าของลิขสิทธิ์เดิมเสียหาย

ถ้าเป็นเอกสารต่างประเทศอย่างน้อยควรมีภาษาอังกฤษเขียนแนะนำลงในภาพ ถ้าเป็นภาษาไทยก็เขียนภาษาไทยลงไปให้ชัดเจน

การดัดแปลงโดยการเขียนชี้บ่งด้วยลายมือจะเข้าใจชัดเจนว่าส่วนนี้เป็นการดัดแปลงจะดีกว่าที่เราพิมพ์ลงไปบนภาพหรือเอกสารทำให้แยกไม่ออกว่าส่วนไหนเป็นส่วนที่เราดัดแปลง

เอาล่ะครับ เยอะเนอะ ถ้าทำไม่ได้จริงๆตามข้อเหล่านี้ก็ไม่ควรที่จะเอาไปศึกษาวิจัยเผยแพร่ ถ้าจะทำก็แค่ศึกษาวิจัยใช้ในที่จำกัดเช่นห้องเรียน หรือห้องระดมความคิด

การห้ามอย่างชัดเจนว่าไม่ควรนำไปคัดลอกนำไปใช้หรือแชร์ภาพโดยไม่มีที่มาที่ไปโดยให้ระบุลงไปใต้ภาพ(แยกส่วนกับภาพ) เพราะเรามีเจตนาป้องกันความผิดพลาดของข้อมูลของเราที่เพิ่มลงไปในภาพที่ดัดแปลงที่อาจจะก่อความเสียหายกับเจ้าของลิขสิทธิ์เดิม ซึ่งเจ้าของอาจจะฟ้องเราอีกหลายกระทงในการทำซ้ำแบบผิดๆแล้วบริษัทของเขาเสียหาย เรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนสำเนาที่ทำเป็นเงินหลายเท่า และศาลอาจไม่เชื่อว่าคุณทำไปโดยสุจริตและเข้าข่ายได้รับการยกเว้น เพราะคุณทำไปโดยการไม่รอบคอบ

เอาล่ะครับผมบอกวิธีไปแล้วมันเป็นวิธีที่น่าจะสมเหตุสมผลในการได้รับการยกเว้นว่าละเมิดถ้าถูกฟ้องร้อง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะรอดจากการถูกฟ้องนะขึ้นกับว่าคุณเขียนอะไรและทำให้ใครเสียหายโดยไม่ได้ตั้งใจหรือเปล่า อีกทั้งยังต้องดูเจตนาการนำไปใช้ของคุณอีกด้วย

วิเคราะห์มาตรา32 (2)การใช้เพื่อประโยชน์ตนและครอบครัว ถ้าจะแอบใช้ก็คงไม่มีใครรู้ แต่ถ้าเอาขึ้นเว็บให้คนอื่นใช้ด้วยจะละเมิด เพราะคนที่ดาวโหลดอาจเอาไปทำการขัดประโยชน์หรือสิทธิหรือลิขสิทธิ์ของเจ้าของสิทธิ์  ประมาณว่าใช้โปรแกรมแอบดูดคลิ๊ปของยูทูปมาเก็บไว้ใช้ส่วนตัว อย่างนี้อาจจะได้รับการยกเว้นถ้าถูกจับเรื่องอื่นก็คงไม่ได้เพิ่มอีกกระทงความผิด ก็แค่น่าจะเท่านั้น แต่ถ้ายูทูปมาดำเนินคดีกับเราก็อีกเรื่องหนึ่ง

วิเคราะห์มาตรา32 (3)(4) สรุปในข้ออื่นๆรวมกันเลย ซึ่งชัดเจนอยู่ว่าเข้าข่ายยกเว้นการละเมิด ถ้าใช้กันพอสมควรและอยู่ในเทอมของ Fair use ข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือในสองวงเล็บนี้ ไม่มีคำว่า อันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร

แสดงว่าเอามาหากำไรได้ เช่นบริษัทห้างร้านที่ทำสินค้าเหมือนที่มีกระทู้ในพันทิพกำลังวิจารณ์ การคัดลอกมาทั้งกระทู้โดยให้เครดิตเพื่อมาทำเป็นคอนเท็นต์ตัวเอง ไม่ได้เข้าอยู่ในข้อยกเว้นนี้ เพราะไม่ได้ใช้พอสมควร ถ้าจะทำคอนเท็นโดยไม่ขออนุญาต ควรยกมาเป็นส่วนๆเป็นประโยคเป็นรูปแค่บางส่วนและประกอบคำของตนเองเพื่อสร้างคอนเทนต์ใหม่ที่มีประโยชน์ การลอกมาทั้งหมดทุกภาพและทุกคำเป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจ ใช่ครับเขาไม่ได้ฟ้องคุณหรอกตอนนี้ เด๋วฟ้องย้อนหลังก็ได้ เรียกค่าเสียหายย้อนหลังดีกว่าไหมครับ เพราะคุณเอาไปทำเงินคุณก็ควรแบ่งกับเจ้าของลิขสิทธิ์

(3)ติชม วิจารณ์ หรือแนะนำผลงาน (4)เสนอรายงานข่าวทางสื่อมวลชนโดยต้องให้เครดิต ยกเอามาบางส่วน เอารูปมาบางส่วน เอายูทูปแปะ หรือเอาหน้าเว็บของเขามาวิจารณ์ขึ้นเว็บและให้เครดิตว่าเจ้าของลิขสิทธิ์คือใคร อย่างนี้จะได้รับการยกเว้นถ้าทำกันพอสมควรไม่ได้ลอกเนื้อหาทั้งหมดมาเผยแพร่ ผมยังลองอ่านเอกสารหลักปฏิบัติการใช้งานลิขสิทธิ์ที่เป็นธรรมของพวกช่องข่าว

แม้งานเสนอข่าวยังมีหลักที่ไม่ขัดกับผลประโยชน์ของเจ้าของลิขสิทธิ์ เช่นงานวรรณกรรมหรือภาพเขามาไม่เกิน 5 ภาพ ตัวหนังสือไม่เกิน10% หนังจะฉายโรงควรเสนอข่าวกับตัวหนังไม่เกิน3นาที ไม่ควรเสนอส่วนสำคัญของหนังหรือหนังสือของเขาทำให้เขาเสียค่าการตลาด อย่างนี้เข้าหลักได้รับการยกเว้นการละเมิด แต่ถ้ารายการทั้งช่วงเช่น10-20นาที เอายูทูปมาแปะให้คนได้ฮาๆ แล้วก็ตัดเข้าโฆษณาได้เงินอย่างนี้อาจเข้าข่ายการละเมิด เพราะทำแล้วได้เงินแต่ก็ไม่ได้แบ่งให้เจ้าของคลิ๊ปเป็นต้น บังเอิญผู้เสียผลประโยชน์ไม่ได้ไปฟ้อง ลองเอาคลิ๊ปของอีกช่องไปใช้สิเรื่องไม่จบง่ายๆนิ

การติชม หรือวิจารณ์ ถ้าส่งลิงค์ออกไปก็ไม่เข้าข่ายการละเมิด แต่ถ้ายกประโยคคำพูดหรือภาพโดยให้เครดิต แล้วนำมาติชมด้วยใจจริงเป็นธรรมก็ไม่เป็นไร การวิจารณ์ถ้าเข้าข่ายทำให้เขาเสียหายแล้วเขาฟ้องร้องจะผิดกฎหมายอื่นด้วยเช่น หมิ่นประมาท เป็นต้น

มาลองพิจารณาให้ดี คำว่าการแนะนำผลงาน แนะนำผลงานของผู้อื่นอย่างไรจึงเข้าข่ายข้อยกเว้นในการละเมิด ใช้อย่างไรจึงจะพอเหมาะพอควร เช่นเราพูดถึงเรื่องปลั๊กไฟในงานdiy แต่อยากจะแนะนำว่ามันมีรูปที่น่าสนใจแต่เราขี้เกียจทำการบ้านคือถ่ายรูป หรือไม่มีทางที่เราจะมีวัตถุดิบอย่างนี้และวัตถุดิบดังกล่าวเป็นงานเฉพาะหรือแฮนด์เมด เราจะทำอย่างไรให้อยู่ในข้อยกเว้นนี้ครับ เช่น

การแนะนำภาพโดยการดัดแปลงภาพของเขาดูเหมือนจะไม่ค่อยเหมาะ และอาจไม่ได้รับการยกเว้นในการละเมิดกฎหมายลิขสิทธิ์

การก็อปปี้แล้วมาโมดิฟายให้เห็นอย่างภาพข้างบนมันดูดีในภาพรวม แต่เล่นเอารูปส่วนสำคัญเกือบทั้งหมดของเว็บเขามาใช้มันไม่เหมาะ ยิ่งถ้าคุณเป็นเว็บที่ทำเพื่อกำไรแล้วคุณควรจะใช้วิธีแนะเว็บไซต์ จริงๆภาพเดิมผมได้จากกระปอก.com (ชื่อแฝง) ตอนแรกก็นึกว่ามีใครในเมืองไทยลองทำดู สุดท้ายก็แอบเอาของเขามาโดยไม่ได้ให้เครดิตแล้วก็ลบคอนเท็นนั้นทิ้ง ทำอย่างนี้จะเหมาะกว่าไหมดังรูปข้างล่าง

แนะนำเว็บไซต์การต่อปลั๊กเป็นกันดั้ม >> portal.nifty.com/kiji/121116158385_1.htm

การแนะนำเว็บไซด์ที่มีเนื้อหาคอนเท็นของเขาบางส่วนโดยระบุแหล่งที่มาเป็นการเหมาะและทำซ้ำอย่างพอสมควร อาจเข้าข่ายการยกเว้นการละเมิดได้ ถ้าคอนเท็นต์ของคุณแค่แนะนำเว็บไซด์ที่น่าสนใจ โดยอธิบายใต้รูปด้วยคำของคุณให้เหมาะสม
โดยในคอนเท็นต์ของคุณก็พูดถึงการต่อปลั๊กไฟไปหรือการเรียนรู้ไฟฟ้าไปโดยที่คอนเท็นต์ที่คุณแต่งมีเนื้อหาเฉพาะที่มีประโยชน์เพิ่มขึ้นไม่ใช่เหมือนของเขาทั้งหมดเอามาเปลี่ยนคำพูดเป็นของตนเองเท่านั้นอย่างนี้ไม่เหมาะ

วิเคราะห์มาตรา 32(6) ผู้สอนเพื่อประโยชน์ ในการสอนของตน อันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร สามารถทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกแสดง หรือทำให้ปรากฏ แสดงว่า ถ้ามีคนทำ pdf สอนไฟฟ้าแก่นักเรียนของตนโดยไม่ได้ทำขาย โดยมีภาพที่มีลิขสิทธิ์เช่นไขควงคีมแต่มีการให้เครดิตภาพเหล่านั้น แต่ไม่ได้ขออนุญาตจากเจ้าของภาพอย่างนี้  แต่เรื่องราวที่เป็นตัวหนังสือนั้นเรียบเรียงเอง อย่างนี้อาจเข้าหลักการยกเว้นการละเมิดได้ มีการนำออกแสดงหมายถึงการเผยแพร่กับเด็ก กับสาธารณชนเช่นให้เด็กดาวโหลดบนเว็บไปอ่านได้ คนทั่วไปก็ได้อ่านได้ เพราะอาจต้องการสอนคนทั่วไปด้วยก็ได้จึงนำออกเผยแพร่ ส่วนการคัดลอกpdfนั้นไปให้คนทั่วไปดาวโหลดอีกต่อหนึ่งเป็นสิ่งที่ควรระวัง เพราะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของอาจารย์ท่านนั้น แม้จะให้เครดิตแล้วแต่ก็ยังเป็นการละเมิดอยู่ดีถ้าทำก็ต้องยอมรับผลที่ตามมา

วิเคราะห์ มาตรา 37 38 39  ใจความคือใช้ศิลปกรรมอย่างหนึ่งผลิตงานศิลป์ซึ่งต้นแบบมาจากงานอันมีลิขสิทธิ์และตั้งอยู่ในที่สาธารณะเพื่อเผยแพร่ไม่ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น ถ่ายภาพวัดที่อาจารย์เฉลิมชัยสร้าง หรือไปสเก็ตภาพเหมือนที่วัดนั้น หรือถ่ายวีดีโอเป็นต้น คำว่าตั้งอยู่ในที่สาธารณะถ้าตีความหมายโดยทั่วไปก็คือมีการตั้งอยู่ในสถานที่จริงๆ แต่มองอีกนัยยะหนึ่งเช่นถ้าที่สาธารณะนั้นหมายถึงการตั้งอยู่ที่เว็บไซด์หนึ่งซึ่งเปิดให้คนทั่วไปได้เขาถึง ถ้าการตีความนี้เว็บไซด์เปิดทั่วไปที่ทุกคนเข้าถึงได้ในที่สาธารณะ เช่นเว็บไซด์ โดเรม่อน คนทั่วไปก็สามารถทำศิลปกรรมในทำนองที่ลอกเลียนแต่ไม่เหมือน เช่นปั้นรูปโดเรม่อนจากรูปในไซด์นั้นแล้วถ่ายรูปเผยแพร่ ถือว่าการกระทำนั้นเข้าข้อยกเว้นการละเมิด

แต่ถ้าเราปั้นโดเรม่อนขาย จะทำพิมพ์ของมาแล้วก็อบเยอะๆขาย จะท่าทางเหมือนของเขาหรือไม่เหมือนก็ตามเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ที่ต้องถูกฟ้องแล้วครับ จะยกตัวอย่างที่ถูกให้ฟัง พอดีเพื่อนผมเล่าให้ฟังมันไปอยู่ญี่ปุ่นสักพักนึงบังเอิญได้ไปเที่ยวนิทรรศการของแฮนด์เมดขาย เขาเล่าให้ฟังว่าที่นั่นเอาของแฮนด์เมดการ์ตูนไปขายได้โดยไปซื้อลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนนั้นที่หน้างานซึ่งค่าลิขสิทธิ์ถูกมากเมื่อเทียบกับราคาสินค้าที่เราจะขายได้กำไร แสดงว่าการที่เซเว่นหรือธนาคารเอาตัวคาแร็กเตอร์การ์ตูนมีลิขสิทธิ์มาประกอบการค้าเพื่อการดึงดูดทำให้น่าสนใจ ทุกตัวน่าจะถูกขอใช้ลิขสิทธิ์แล้วทั้งนั้น ฉะนั้นถ้าเอาไปทำการค้าจะปั้นหรือทำอะไรขายโดยมีตัวการ์ตูนที่มีลิขสิทธิ์ประกอบอยู่จะเป็นการละเมิดและถูกฟ้องอย่างแน่นอน

แต่ถ้าเราถ่ายรูปปลั๊กกันดั้มที่เว็บเจ้าของลิขสิทธิ์ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของเราและดูออกว่าคนละรูปกับที่ติดในเว็บและพูดคุยถึงการถ่ายรูปของเราหรือพูดถึงปลั๊กไฟหรือแนะนำเว็บของเขาและไม่ได้ใช้ในเชิงพาณิชย์ก็อาจเข้าข่ายการยกเว้นการละเมิดในข้อนี้ การนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์ควรขออนุญาตกับเจ้าของงานศิลป์ก่อนจึงจะถูกต้อง

แนะนำเว็บไซต์ ประกอบปลั๊กไฟเป็นกันดั้ม >> portal.nifty.com/kiji/121116158385_1.htm โดยใช้วิธีถ่ายภาพผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์

ถ้าอย่างนั้นแล้วการcrop รูปจะทำได้ไหม ก็ต้องถามว่า การcrop รูปคือศิลปกรรมหรือเปล่าล่ะ แล้วก็ต้องดูเจตนาอื่นๆประกอบ อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่างานภาพยนตร์ต่างๆที่บางทีถ่ายติดบนจอทีวีหรืองานป้ายโฆษณาของบุคคลอื่นจึงอาจมีลักษณะเข้าองค์ประกอบการยกเว้นละเมิดลิขสิทธิ์แม้ภาพยนตร์นั้นจะเอาไปทำกำไรได้ก็ตาม แต่การใช้มือถือถ่ายภาพงานแสดงของศิลปินเอาไว้ใช้ส่วนตัวก็เข้าข่ายยกเว้น แต่ถ้าเอาไปอัพบนยูทูปอาจทำให้เสียประโยชน์ จะเข้าข่ายความผิดอื่นมากกว่าคำว่าละเมิดลิขสิทธิ์

 

สรุปเรื่อง งานอันมีลิขสิทธิ์ที่ไม่ได้รับอนุญาต ถ้าเราเอาผลงานลิขสิทธิ์บางส่วนที่เป็นส่วนน้อย มาวิจารณ์ มาติชม มาแนะนำ มาเสนอข่าว มาทำเอกสารสอนนักเรียน  โดยที่ไม่ได้แสวงหากำไร โดยมีการให้เครดิต และไม่ได้ขัดต่อผลประโยชน์ทางลิขสิทธิ์ของเขา ก็อาจเข้าข่ายการยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยศาลมีอำนาจตัดสินดังกล่าว มิใช่เข้าข้อยกเว้นแล้วจะไม่ผิด ไม่ถูกฟ้อง จึงควรระวังการใช้และยอมรับผมที่ตามมา

ถ้าเราเอาเอกสารดาต้าชีทสำหรับแนะนำผลิตภัณท์มาทำสำเนาพร้อมแจกจ่ายในที่สาธารณะโดยที่ไม่ได้ขออนุญาต เพื่อประโยขน์ของเจ้าของผลิตภัณท์เองทำให้ขายของได้ และเพื่อประโยชน์แก่เจ้าของสำเนาในการขายของได้ จริงๆเป็นการเข้าข่ายละเมิดที่ไม่มีข้อยกเว้นก็ได้หรือไม่ละเมิดก็ได้ เพราะเจ้าของลิขสิทธิ์เอกสารเอาไปเผยแพร่ในที่สาธารณะให้บุคคลทั่วไปทำการดาวโหลด ส่วนการเอาบางส่วนของดาต้าชีทมาตีแผ่ วิจารณ์ โดยให้เครดิตเอกสาร ก็อาจจะยังเข้าข่ายได้ไม่ปลอดภัย100เปอร์เซนต์

สุดท้ายเรื่องยูทูป ส่วนใหญ่ผู้คนที่อัพโหลดโดยเฉพาะงาน นวัตตกรรม สินค้า และการเรียนการสอน เขาต้องการให้เผยแพร่ไปได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องสินค้าก็ไม่ควรเอาไปแอบอ้างเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าของตัวเองโดยที่ไม่ได้ทำวีดีโอจะโดนฟ้องแน่นอน การเอาไปembed ควรพิมพ์เครดิตผู้ปล่อยตัวใหญ่ หรือเครดิตหรืออาจารย์ผู้สอนซึ่งเป็นการปลอดภัยกว่า ประมาณว่าอย่าไปทำให้เขาเสียผลประโยชน์ ถ้าอยากวิจารณ์ด้านลบก็ไปที่เว็ปยูทูปเลยจะสะดวกกว่า อีกอย่างหนึ่งผู้อัพโหลดจะมีพวกที่สามารถเอาไปใช้ฟรี ตัดต่อ ตัดแต่งวีดีโอได้ตามสะดวกแต่ต้องบอกแหล่งที่มาเสมอ มันคือสัญญาชนิด ครีเอทีฟคอมมอนส์ คือผู้อัพโหลดให้สิทธิ์เอาไปก๊อปรีมิกซ์ได้เลยแต่ต้องบอกแหล่งที่มาด้วย อย่างนี้ปลอดภัย100%เพราะเข้าข่ายFair use คือการใช้งานพอสมควรตามสิทธิอนุญาตที่เจ้าของลิขสิทธิ์ให้เรานำไปใช้ได้ล่วงหน้าโดยไม่ต้องไปขอก่อนใช้

 

 

การเลือกใช้ของฟรี รูป วีดีโอ เอกสาร และสื่ออื่น 

กำลังเขียนอยู่ครับ

ใช่ครับของฟรีที่คนทั่วๆไปเข้าใจนั่นแหล่ะ จริงๆมันมีอยู่มากมายในโลกนี้ ซึ่งถ้าท่านทำเว็บไซด์เพื่อการศึกษาหรือเว็บบล็อกที่ต้องการให้ความรู้ผู้คนละก็ มีสื่อที่ทั้งแบบฟรี และแบบผู้มีลิขสิทธิ์อนุญาตให้ล่วงหน้าสามารถนำไปใช้แบบมีเงื่อนไขอยู่(ให้ระบุแหล่งที่มาเสมอ และเงื่อนไขเพิ่มเติมเช่น>> เอาไปคัดลอก ดัดแปลงได้ คือไม่มีเงื่อนไขอะไร,ห้ามเอาไปดัดแปลง ,ห้ามเอาไปใช้ทางการค้า ,เอาไปใช้ทางการค้าได้)

รูปที่สามารถนำไปใช้ได้

www.flickr.com>> all creative common search สามารถนำรูปไปใช้ได้แบบมีเงื่อนไข และยังสามารถหารูปที่ใช้ได้ฟรีแบบไม่มีเงื่อนไขเช่น ใน Public domain

เมื่อลองหาแหล่งรูปฟรีที่ wiki จัดทำไว้ meta.wikimedia.org/wiki/Free_image_resources จะพบว่ามีรูปมากมายเยอะแยที่ให้ใช้มีทั้งแบบฟรีและฟรีแบบมีเงื่อนไข

และรูปและมีเดียฟรีที่wikiโดยตรง  commons.wikimedia.org/wiki/Main_Page ใช้คำเสิชหาเอาเลยครับ มีมากมายหลักล้านรูปได้ เยอะครับแบ่งเป็นแคททีกอรี่หมวดหมูมากมาย วิว งานเอ็นจิเนีย จะก็อปไปเขียนบทความก็ได้ทั้งนั้น บางอันก็เอาไปทำงานคอมเมอเชียลก็ยังได้ ให้อ่านรูปแต่ละรูปว่ามีข้อจำกัดอะไรบ้าง

เอกสารที่สามารถนำไปใช้ได้

เอกสารที่มี คำว่า GNU  Free Software Foundation ส่วนใหญ่เป็นหนังสือเอกสารที่ทำเพื่อการศึกษา เช่น หนังสือเรื่องไฟฟ้า www.ibiblio.org/kuphaldt/electricCircuits/ 

สามารถนำไปคัดลอก ดัดแปลงใช้งานได้เพราะผู้เขียนอนุญาตภายใต้แนวคิดของ GNU

เอกสารใดๆที่มีคำว่า CC หรือครีเอทีฟคอมมอนส์ ชนิดมีเงื่อนไขเบื้องต้นคือต้องระบุแหล่งที่มีหรือมีเงื่อนไขอื่นเพิ่มเติม  เช่น

เอกสารที่จัดทำและเผยแพร่โดยรัฐบาลอเมริกาและมีข้อความบางอย่างที่บ่งว่าสามารถนำไปใช้ได้

เนื่องจากตามกฎหมายอเมริกาซึ่งมีใจความว่า เอกสารที่จัดทำโดยรัฐบาลหรือลูกจ้างที่รัฐจ้างเพื่อจัดทำเอกสารและนำไปใช้งานทั่วไปในหน่วยงานรัฐและมีการเผยแพร่ ไฟล์เอกสารดังกล่าวเป็นอิสระจากกฎหมายลิขสิทธิ์

ฉะนั้นสามารถทำซ้ำ ดัดแปลงและเผยแพร่ได้ แต่ควรต้องระบุแหล่งที่มา การนำภาพบางส่วนในเอกสารPDFมาเผยแพร่ย่อมสามารถทำได้ เมื่อกฎหมายลิขสิทธิ์ของอเมริกาไม่มีผลบังคับใช้ในอเมริกาจะมีผลบังคับใช้ในเมืองไทยหรือไม่-คิดว่าคงไม่มีผล เช่น เอกสาร Navy Electricity and Electronics Training Series -Introduction to Matter, Energy, and Direct Current.pdf ซึ่งถูกทำสำเนาที่ wiki และระบุชัดเจนว่าสามารถนำไปใช้งานได้คล้ายกับมีเดียชนิด public domain ซึ่งเอกสารดังกล่าวหาโหลดทั้งเวอชั่น jacquesricher.com/NEETS/  หรือมีให้เลือกเยอะกว่า maritime.org/doc/index.htm#neets ปัญหาสำคัญคือคุณจะรู้ได้อย่างไรว่ามันยกเว้น แม้มันเป็นเอกสารที่ได้รับการยกเว้นเรื่องลิขสิทธิ์ในอเมริกา แต่อเมซอนก็ยังแปลงเป็นเอกสารkindleขายได้(น่าจะได้รับอนุญาตให้ขายจากเจ้าของแล้วนะ) การหาแหล่งที่มาชัดแจ้งและมีหลายๆคนช่วยกันดูเช่นจาก wiki อย่างนี้พอที่จะเชื่อถือเอาไปใช้ได้ หรือเราต้องรู้จักที่มาโดยเปิดเข้าไปดูหน้าแรกหรือหน้าที่สอง จะมีคำว่า “Approved for public release; distribution is unlimited” มันแปลว่าแจกจ่ายได้อย่างไม่จำกัดแต่ไม่ได้มีคำว่าเอาไปดัดแปลงใช้งานได้ และตราสัญญลักษณ์ราชการของอเมริกา แล้วก็ลองเสิชย้อนกลับไป

การเอาเอกสารเมืองนอกของรัฐที่ได้รับการยกเว้นลิขสิทธิ์ไปใช้เพื่อการศึกษานำไปดัดแปลงและมีบางส่วนเอาไปทำงานและมีที่มาแบบย้อนกลับได้ทำให้ปลอดภัยจากกฎหมายลิขสิทธิ์เมืองไทย แม้แต่ในเจ้าของเอกสารในอเมริกาที่อิงมาจากหน่วยงานรัฐยังบอกชัดเจนว่าเพื่อการศึกษาแล้วสามารถทำได้แต่ถ้าทำเพื่อขายเช่นเอาไปแต่งหนังสือขาย เขา(เจ้าของเอกสารหน่วยงานนั้นๆ)ก็บอกว่าให้ขออนุญาตก่อน

วีดีโอที่นำไปใช้ได้

วีดีโอที่มีคำว่า สัญญาอนุญาตชนิด ครีเอทีฟคอมมอนส์ Creative Commons หาดูได้ในยูทูป (youtube.com filter ตรง ครีเอทีฟคอมมอน แล้วหา) เอามาเอ็มเบ็ดได้โดยเป็นการใช้ได้ฟรีแบบมีเงื่อนไข เช่นต้องระบุแหล่งที่มาเป็นต้น  เช่นหาวีดีโอbatteryในยูทูปที่เอาไปเอ็มเบ็ดได้

 

รูปฟรีไม่มีลิขสิทธิ์ เกิดจากที่ลิขสิทธิ์ไม่คุ้มครอง หรือหมดความคุ้มครองแล้ว หรือเจ้าของลิขสิทธิ์สละให้ใช้ได้ 

no known copyright restrictions

เช่น รูปธนบัตรที่หมดอายุ เกินกว่า 50 ปี เช่น รูปแบงค์ร้อยสมัยปี1955 ที่มีรูปพระบรมฉายาลักษณ์ของพระเจ้าอยู่หัว

เช่น รูป หรือ แผนที่ ที่มีอายุมากกว่า50ปีหลังจากที่เจ้าของลิขสิทธิ์ตาย อันนี้เป็นค่าประมาณที่มากที่สุดที่กฎหมายลิขสิทธิ์ให้ระยะเวลาเอาไว้

 

รูป วีดีโอ เอกสาร โปรแกรมฟรี มีอยู่ให้ใช้
หาอ่านเรื่อง Creative Commons wiki ภาษาไทย  ภาษาอังกฤษ

สรุปใจความสั้นๆว่า Creative Commons เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร

เสนอทางเลือกให้เราสามารถเลือกใช้  ภาพ เสียง ข้อมูล นำไปประกอบงานต่างๆได้โดยเสรีมากกว่า-ข้อจำกัดในกฎหมายลิขสิทธิ์ (ตามที่ผู้สร้างสรรค์งานอนุญาตให้ใช้ได้ถึงขั้นไหน)

และ เสนอให้ผู้ที่สร้างสรรค์งาน สามารถกำหนดลิขสิทธิ์ ที่ให้ผู้อื่นนำไปใช้งานได้อย่างเสรีแบบบมีเงื่อนไขหนึ่งข้อ หรือ เงื่อนไขหลายข้อ เงื่อนไขที่สำคัญที่ต้องมีคือการให้เครดิตหรือบอกที่มาที่ไปของงานที่จะคัดลอกไปใช้ และเงื่อนไขอื่นๆที่กล่าวถึง

Creative Commons license สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ (CC license)

เมื่อเราสร้างสรรค์ผลงานเราอยากให้คนอื่นมาแชร์ มาใช้ หรือเอาไปดัดแปลงแก้ไขได้ โดยผู้เอาไปใช้จะเข้าใจว่าไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์อย่างแน่นอนคือสบายใจได้ถ้าเอาไปใช้ เราต้องกำหนดงาน เช่น ภาพ เสียง ข้อมูล ให้มีสัญญาอนุญาตชนิดครีเอทีฟคอมมอนส์ พิมพ์สั้นๆว่า CC license ขี่ทับอยู่หรือให้สัญญาด้วยตนเองเพิ่มเติมไปจากกฎหมายลิขสิทธิ์(Copyright law ซึ่งให้สิทธิ์อัตโนมัติเมื่อผู้สร้างสรรค์ผลงานสร้างขึ้นโดยเงื่อนไขปรกติ) การกำหนดงานดังกล่าวให้เป็น CC license ถ้าอย่างง่ายสุดจะทำอยู่บนเว็บไซด์ที่ให้อัพโหลดเก็บไฟล์ต่างๆ โดยใช้เครื่องมือของเซิฟเวอร์ฝากไฟล์หรือวีดีโอนั้นเอง หรือเราจะกำหนดเองก็ได้บนเว็บบล็อกหรือเว็บบอร์ดโดยการเพิ่มแท็กในรูปหรือเสียงว่าเป็นชนิด CC หรือเขียนอนุญาตเอาไว้ หรือแปะสัญลักษณ์เอาไว้

ข้อกำหนดหรือรูปแบบเงื่อนไข ใน CC license

 

ไอค่อน สิทธิ ความหมาย
 Cc-by_new.svg

 Attribution

(BY)

 Licensees may copy, distribute, display and perform the work and make derivative works based on it only if they give the author or licensor the credits in the manner specified by these.  (CC SA by wiki Creative_Commons_license)(แปลไทยประมาณว่า ผู้ได้รับอนุญาต จะสามารถคัดลอก แจกจ่าย แสดง เอาไปใช้งานและ นำไปใช้อยู่ในบางส่วนของงาน(ดัดแปลง) ถ้าเพียงผู้เอาไปใช้จะได้รับอนุญาตก็ต่อเมื่อ ผู้ใช้ได้ระบุที่มาที่ไปของผู้สร้างสรรค์ผลงานเดิม(ให้เครดิต) อาจระบุส่วนที่เอาไปดัดแปลงด้วยก็ได้  (ชื่อ และ ลิงค์ ของต้นฉบับ เป็นต้น)
 Cc-sa.svg

 Share-alike

(SA)

 Licensees may distribute derivative works only under a license identical to the license that governs the original work. (See alsocopyleft.) (CC SA by wiki Creative_Commons_license)แปลไทย ประมาณว่า ผู้ได้รับอนุญาต สามารถแจกจ่ายโดยดัดแปลงเอาไปใช้อยู่ในส่วนของงานได้ก็ต่อเมื่องานนั้นจะต้องมีการอนุญาตเหมือนๆกับงานต้นฉบับก่อนการดัดแปลง (เช่นผมก๊อปปี้ ข้อความด้านบนจาก wiki ซึ่งมี ลักษณะของ SA จึงทำให้บทความนี้ของผม เป็นแบบ SA ด้วย จึงจะสามารถนำไปใช้ได้ แต่ถ้าบทความนี้ผมเอาไปอ้างว่าผมแต่งเองทั้งหมด โดยเป็นแบบ all right reversed ผมจะเอาข้อความของ wiki ไปใช้ไม่ได้)
 Cc-nc.svg  Non-commercial (NC)  Licensees may copy, distribute, display, and perform the work and make derivative works based on it only for noncommercial purposes. (CC SA by wiki Creative_Commons_license)แปลไทยประมาณว่า เอาไปก๊อป ดัดแปลงใช้ โดยไม่มีจุดประสงค์หาเงิน
 Cc-nd.svg  No Derivative Works (ND)  Licensees may copy, distribute, display and perform only verbatim copies of the work, not derivative works based on it. (CC SA by wiki Creative_Commons_license)แปลเป็นไทยได้ประมาณว่า ก็อป แจก แสดง เอาไปทำงานได้ แต่ห้ามด้ดแปลงเอาไปอยู่ในบางส่วนของงาน (มาแบบไหน ก็ต้องเป็นแบบเดิม ห้ามตัดเสริมเติมแต่ง บางที่บอกว่าอนุญาตเอาบางส่วนไปแสดงหรือ ตัดบางส่วนไปแสดง แต่ผมว่าไม่น่าจะใช่ เครื่องหมายเท่ากับก็ประมาณว่าเท่ากับแบบเดิม)

 

 

เอา 4 ไอค่อนด้านบนมาทำเป็น ไอค่อนด้านล่าง ได้อีก 6 ชนิด

CC-BY icon  บอกให้คนอื่นรู้ถึงสิทธิ์การอนุญาตเอาไปใช้ได้  CC by นายเอ CC โดย นายเอ หรือ CC licience โดย นายเอ  ใต้ภาพหรืองาน หรือแสดงไว้ต่างหาก  ผู้ก๊อปปี้เอาไปใช้สามารถเอาไปใช้หารายได้ได้ แต่เราสามารถอ้างสิทธิ์เดิมแล้วขอส่วนแบ่งได้ คือเราไม่ได้สละสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ เราให้เอาไปใช้ได้ ถ้าหาเงินได้ก็ควรต้องแบ่งกับเราบ้างตามสมควร เท่าที่อ่านๆมามันประมาณนี้นะ

 

CC-by-NC icon ส่วนอันนี้คือไม่อยากให้เขาเอาไปใช้ทำการค้าหาเงิน ก็จำกัดไม่ให้หาเงิน แต่ถ้าติดต่อกันส่วนตัวอยากจะขออนุญาตเอาไปใช้หาเงิน ผู้ให้สิทธิ์ก็ยังเป็นเราเหมือนเดิม คือไม่อยากให้มันเอาไปใช้หาเงินซี้ซั้วโดยที่ไม่ได้กำหนดสัญญาเป็นแบบนี้ก็ได้ อีกแบบคือผู้ให้สิทธิไม่อยากให้เอาไปทำการค้าจริงๆอยากเก็บไว้เป็นทีระลึกเป็นต้น

CC-BY-SA icon

CC-BY-ND icon

CC-BY-NC-SA icon

CC-BY-NC-ND icon

กก

สำหรับเงื่อนไขอื่นๆ ได้แก่ CC0 หรือ “ไม่สงวนลิขสิทธิ์” (No Rights Reserved)[5]สำหรับซอฟต์แวร์ ครีเอทีฟคอมมอนส์ใช้สัญญาอนุญาตเสรี 3 ชนิดที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยสถาบันอื่น ได้แก่ BSD License, CC GNU LGPL license, และ CC GNU GPL.

 

กก

1,798 total views, 1 views today

มาทำอุปกรณ์เชื่อมแผ่นผ้าใบพีวีซีกันเถอะ ตอน1- 012 ทำลูกกลิ้งซิลิโคน(กดกลิ้งร้อนเชื่อมแผ่นคูนิล่อน)จากกาวซิลิโคน

 

มาทำอุปกรณ์เชื่อมแผ่นผ้าใบพีวีซีกันเถอะ EP1- 012  ทำลูกกลิ้งซิลิโคน(กดกลิ้งร้อนเชื่อมแผ่นคูนิล่อน)จากกาวซิลิโคน  DIY pressure silicone roller(from silicone glue) for Tarpaulin welding

สวัสดีครับเพื่อนๆที่สนใจในงาน DIY วันนี้เราจะมาทำลูกกลิ้งซิลิโคน กันครับ

โดยหน้าตาที่จะทำ ภาพที่ได้เป็นลูกกลิ้งซิลิโคนจากยี่ห้อ everhard

pressure silicone roller ยี่ห้อ everhard สำหรับงานเชื่อมตะเข็มของแผ่น Tarpaulin เช่น แผ่นคูนิล่อน ประมาณแผ่นพลาสติกคลุมรถบรรทุก หรือแผ่นพีวีซีบางๆ ประมาณ0.45-0.8 mm

pressure silicone roller ยี่ห้อ everhard สำหรับงานเชื่อมตะเข็มของแผ่น Tarpaulin เช่น แผ่นคูนิล่อน ประมาณแผ่นพลาสติกคลุมรถบรรทุก หรือแผ่นพีวีซีบางๆ ประมาณ0.45-0.8 mm


ที่ยังไม่ถูกคือ http://www.pui108diy.com/wp/wp-content/uploads/2015/07/pressure-silicone-roller-everhard.jpg
รอการแก้ไข

 


ดูเหมือน vdo ยังไม่ถูก https://www.youtube.com/embed/sAhrUK0ud8Q

ทำไปทำไมครับซื้อเอาก็ได้ ใช่ครับราคาอย่างถูกที่สุดคือ 600 บาท ราคาเฉลี่ยอยู่อันละ900 บาท อ่ะครับในเมื่อทำเองได้ผมก็อยากจะทำเองซะมากกว่า ผมจะเอาไปใช้อะไรหรือครับ ก็ใช้เชื่อมแผ่นคูนิล่อนสำหรับทำบ่อเล็กๆ หรือกระถางจากแผ่นผ้าใบพลาสติก ถ้าถามผมว่ามีเครื่องเชื่อมแล้วหรือยัง อ่ะใช่ครับมันคือโปรเจ็คต่อไป คือทำเครื่องเชื่อม หรือปืนเป่าลมร้อนสำหรับงานเชื่อมแผ่นผ้าใบพลาสติกคือมันราคาถูกที่สุดตั้ง6พันบาท ถ้าซื้อแนวๆเยอรมันออสเตเลียก็ราวๆ9พันบาท ไม่อยากจะซื้ออยากเอาเงินไปซื้ออย่างอื่นมากกว่าก็เลยจะทำเองอีกเหมือนกัน

หน้าตาของลูกกลิ้งร้อนซิลิโคนอันนี้ถ้าทั่วๆไปก็ประกอบด้วย ด้าม ข้างในมีลูกปืน และยางซิลิโคนสีแดงๆซึ่งมีขายหล่อเองได้เกรดทนความร้อนพิเศษ ราคากิโลละพันแปด กับกาวสำหรับเชื่อมยางซิลิโคนชนิดหล่อ(ที่ไม่ติดกับอะไรเลย)ให้ติดกับโลหะเช่นลูกปืน อีกกระป๋องละพันเจ็ด ถ้าราคานี้ผมสั่งซื้อลูกกลิ้งยางในอีเบย์ ดีกว่า Silicone Seam Roller  หรือจะหาซื้อในเมืองไทยราคาอันละ1พันบาท ดีกว่าหล่อเองใช้เองคนเดียว ถ้าจะหล่อมาขายก็ว่าไปอย่าง ซิลิโคนกิโลนึงอาจหล่อได้สัก12-14 อันทำมาขายอย่างนี้ยังพอลุ้น

หน้าตาของลูกกลิ้งซิลิโคนทั่วๆไป มีด้าม มีก้าน มีลูกปืน และมีซิลิโคนแดงๆชนิดทนความร้อนได้ถึง 280 C

หน้าตาของลูกกลิ้งซิลิโคนทั่วๆไป มีด้าม มีก้าน มีลูกปืน และมีซิลิโคนแดงๆชนิดทนความร้อนได้ถึง 280 C


รูปนี้ก็ก็อปเขามาดูเหมือนยังไม่ถูก http://www.pui108diy.com/wp/wp-content/uploads/2015/07/pressure_silicone_roller_typical.jpg

 

ก็เลยจะทำจากซิลิโคนกาวนี่แหละ ใช้กาวซิลิโคนของโซนี่(ไปซื้อร้านฮาร์ดแวร์ทั่วไปบอกซิลิโคนโซนี่เขารู้) รูปทางด้านซ้ายนี่แหละ หรือจะใช้กาวซิลิโคน100%อะไรยี่ห้ออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ซิลิโคนกรดเอาชนิดแบบ oxime(แพงกว่า) หรือแบบที่ไม่ใช่กรด สำหรับงานกระจกอ่ะ ขอยี่ห้อดีๆหน่อยละกัน

silicone_sealant_ex

จริงๆวิธีการเลือกใช้กาวซิลิโคนผมเลือกมามั่วๆน่ะ เท่าที่เข้าใจคุณสมบัติทางฟิสิกส์กาวที่ไม่ใช่แบบกรดน่าจะดีกว่า เป็นสมมติฐานของผมเท่านั้น ในเรื่องความเหนียวแน่นติดกับวัสดุแล้ว กาวซิลิโคนชนิดที่ไม่ใช่กรดกินขาด ติดดีกว่ามากๆ ถ้าจะใช้ซิลิโคนกรดขอแบบมียี่ห้อราคาสูงหน่อยก็จะดี เช่นกาวแดงที่ใช้ทำปะเก็น เป็นต้น ลองดูนะครับได้ผลต่างกันอย่างไรก็ช่วยบอกหน่อยนะครับ แต่ราคาต่อกรัมหรือต่อซีซีซื้อแบบโซนี่ปริมาณคุ้มกว่าครับแต่ราคามากกว่าก็แล้วแต่นะครับ

ปัญหาของวัสดุ กาวซิลิโคน

1.  ปัญหาอย่างแรกคือซิลิโคนแดงๆหรือซิลิโคนโรลเลอร์ที่เขาขาย มีความแข็งที่ใช้งานอย่างน้อย 60-80 shoreA แต่ซิลิโคนกาวตามท้องตลาดแข็งสุดก็แค่ 30 shoreA มันนิ่มเกินไปสำหรับงานนี้ ทำอย่างไรดีครับ

2.  ปัญหาอย่างที่สองคือ กาวซิลิโคนชนิดนี้ไม่เหมาะกับงานหล่อตันเพราะมันควบคุมการแข็งตัวที่ผิวไม่ได้ถ้าจะรอมันแข็งก็คงจะใช้เวลานานมากเป็นอาทิตย์ละมั้ง แล้วจะใช้แบบอะไรหล่อขึ้นมาล่ะครับ ความรู้เดิมที่ได้มาจากเรื่องซิลิโคนก็มีส่วนผสมที่ทำให้มันแข็งทั้งก้อนได้ด้วยการผสมกลีเซอรีน แต่มันไม่เหมาะกับซิลิโคนกาวชนิดที่ไม่ใช่กรด ไม่เวิกครับ

ท่านผู้อ่านครับ ถ้าท่านได้เรียนรู้เรื่องซิลิโคนในบทก่อนๆที่ผมเขียนไปแล้วช่วยแก้ปัญหาให้ทีครับ

 

อันนี้เป็นปัญหาหน้างานจริงแล้วครับ วิธีแก้มันมีหลายกรณีเยอะแยะประยุกต์ได้หลากหลาย ในที่นี้เราใช้ซิลิโคนกาว และ ต้องการคุณสมบัติที่ทนความร้อนได้ดีอย่างน้อย180-200 C ในเวลาสั้นๆผมเลยเสนอแก้ปัญหาดังนี้

1. การแก้ปัญหาเรื่องความแข็ง ต้องการปรับซิลิโคนกาวโซนี่ให้ได้ความแข็งอย่างน้อย 50 shoreA ขึ้นไปผมคงต้องผสมอะไรลงไปในเนื้อซิลิโคน แต่ผมคงไม่ได้ใช้การกวนผสมแล้วทาเพราะกลัวว่ามันจะแข็งซะก่อน แต่ที่คิดเป็นการทาซิลิโคนลงบนไฟเบอร์กลาสน่าจะช่วยได้ ให้ผิวมีความนิ่มยืดหยุ่นมีความหนาไม่เกิน1มิล ส่วนที่เหลือก็เป็นไฟเบอร์กลาสและชั้นของซิลิโคนสลับกับไฟเบอร์กลาส

2. ส่วนเรื่องการหล่อตันจริงๆทำได้แต่ใช้เวลามากกว่าแล้วต้องคิดเยอะกว่ามากสรุปว่ายากกว่า แต่ถ้าเป็นการทาซิลิโคนลงไปทีละเลเยอร์แล้วมันก็จะแห้งง่ายใช้เวลาแข็งประมาณ1วันก็แข็งใช้งานได้แล้ว  อย่างนี้ก็แก้ปัญหาได้แล้ว

(ส่วนเรื่องการหล่อตันนั้นต้องทำโมล์ประกบที่มีความซับซ้อนพอสมควรและต้องผสมซิลิโคนกับวัสดุคอมโพสิตให้มีความแข็งเพิ่มขึ้นทำการหล่อทีละด้านแล้วมาประกอบกันอ่าครับซับซ้อนซ่อนเงื่อนเสียเวลามากมาย ถ้าอยากหล่อจริงๆเทครั้งเดียวจบควรใช้ซิลิโคนชนิดหล่อจะใช้ซิลิโคนทำโมลด์หรือซิลิโคนทนความร้อนสูง(ความแข็งสูง60shoreA)เทลงในแบบหล่อก็จะดีกว่า การทำแบบหล่ออย่างน้อยก็ใช้เวลา2-3วันแล้วครับ ที่สำคัญก็คือต้องมีต้นแบบอีกด้วยได้มาจากการกลึงอีกต่างหากสรุปเสียเวลาและเสียเงินมากแน่นนอน ถ้าทำขายก็ว่าไปอีกอย่าง)

ไฟเบอร์กลาสที่ใช้ทานั้นพอดีผมมีเหลือ มันเรียกว่าผ้าตาช่ายไฟเบอร์ มันเป็นไฟเบอร์กลาสชนิดตารางสำหรับทากันซึมดาดฟ้าหรือหลังคาของ TOA ใน1นิ้วมีช่องว่างหรือตารางนับได้ประมาณ17ช่อง

zoom in mesh and detail on TOA fiber glass mesh for roof seal 201

หน้าตาของตาข่ายไฟเบอร์ของTOA fiber glass mesh สำหรับเสริมแรง รองพื้นดาดฟ้า ทาด้วย roof seal 201 หรือ sun block จะเห็นได้ว่ามันเหมาะจะเอามาใช้กับงาน diy อะไรก็ได้ มีช่องว่างเยอะมากถึง 17 ช่องต่อนิ้ว ความหนาในแต่ละชั้นของแผ่นไฟเบอร์คือ0.1มิลลิเมตร เนื้อไฟเบอร์กินพื้นที่มากกว่าช่องว่าทำให้มีความแข็งแรงสูง และช่องว่านี้เองน้ำยาอะไรก็ซึมผ่านได้ดี เหมาะกับงานที่ต้องการความละเอียดและแข็งแรง

ราคาณ ปัจจุบันที่กำลังเขียนอยู่ตกม้วนใหญ่ละ 780- ราคาค่อนข้างสูง หาซื้อได้ตามโฮมโปรหรือร้านขายสีใหญ่ๆถึงจะมีขาย ถ้าถามว่าจะใช้อย่างอื่นได้ไหมเพราะซื้อมา1ม้วน ตัดมาสองเส้น เส้นละนิ้วๆกว่าดูจะไม่คุ้มเงิน ผมก็เลยลองค้นๆดู พบว่า จะใช้มุ้งลวดที่เป็นอลูมิเนียมก็ได้ หรือจะใช้มุ้งไฟเบอร์ก็ได้ หาซื้อได้ตามร้านอลูมิเนียมทั่วไปซื้อง่ายกว่าเยอะ และราคาซื้อก็ซื้อเป็นเมตรก็ได้เขาก็ขาย แต่ถ้าให้ทำงานง่ายผมแนะนำมุ้งไฟเบอร์มากกว่าแต่การทนความร้อนจะต่ำกว่าอลูมิเนียม เข้าใจว่ามุ้งไฟเบอร์คงมีการเคลือบมาและเป็นการเคลือบด้วยพีวีซี มันจึงเป็นข้อจำกัดของพีวีซีที่ทนความร้อนได้ไม่สูงเท่ากาวซิลิโคน

ข้อมูลของ มุ้งไฟเบอร์ ที่ใช่ทำมุ้งหน้าต่างกันแมลง

ภาพขยายและข้อมูลเชิงลึกของมุ้งไฟเบอร์ พบว่ามีส่วนผสมของไฟเบอร์กลาส32% ที่เหลือคือpvc ที่เคลือบอยู่มีปริมาณมากถึง 68% ฉะนั้นมันจึงทนความร้อนได้ไม่มากและแน่นอนคือ pvc ติดไฟ แต่มีช่องว่างใกล้เคียงกันคือประมาณ17ช่องต่อนิ้ว ความหนาของเส้นไฟเบอร์เคลือบอยู่ที่0.28มิลลิเมตร เนื้อไฟเบอร์เคลือบpvcมีพื้นที่น้อยกว่าช่องว่างอย่างเห็นได้ชัดจึงมีความโปร่งกว่ามาก

การทนความร้อนได้ไม่สูงของ มุ้งไฟเบอร์เคลือบพีวีซี พีวีซีทนความร้อนที่อุณหภูมิใช้งานต่อเนื่องเพียงแค่80-90องศาC จึงอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนักในการเอามาใช้ทำลูกกลิ้งร้อน แต่ไฟเบอร์กลาสหรือแก้วใช้งานได้ถึง280-300C (ถ้าคิดว่าpvcที่อยุ๋ในซิลิโคนไหม้เป็นถ่านหรือละลายอยู่ภายในซิลิโคนก็เหมือนส่วนผสมถ่านลงไปในซิลิโคนก็พอได้มั้ง)  ส่วนมุ้งไนล่อนทนการใช้งานต่อเนื่องได้100-110C ตัวเลือกวัสดุอีกอย่างคือผ้าขาวบางที่ทำจากฝ้ายหรือมัสลิน(ทำจากเซลลูโลสธรรมชาติ) จะทนความร้อนต่อเนื่องได้100-110c(หาง่ายดีถูก ที่อุณหภูมิเกิน250C มันก็จะเริ่มลุกไหม้หรือกลายเป็นถ่านหรือขี้เถ้าอยู่ภายในฉะนั้นก็เพิ่มความแข็งให้ยางซิลิโคนได้โดยไม่ต้องผสมแต่ใช้ทาลงไป แต่เท่าที่เข้าใจอุณหภูมิที่แผ่ไปถึงใยฝ้ายไม่เกิน150C) ไม่ควรใช้ผ้าพันแผลที่ทำจากผ้าฝ้ายเพราะมันยืดได้ทำงานยากและความแข็งก็ไม่คงทีอีกด้วย

ผ้าขาวบาง ที่ใช้กรองตอนทำอาหาร เอาแบบไม่ถี่ และไม่ยืดตัวจะดีกว่าแบบยึดตัวได้ เพราะจะทำงานง่ายกว่า

ผ้าขาวบาง ผ้ามัสลิน หรือผ้าตารางที่ทำจากเซลลูโลส หรือฝ้าย ที่ใช้กรองตอนทำอาหาร เอาแบบไม่ถี่มากจนไม่เห็นช่องว่างระหว่างเส้นด้าย และไม่ยืดตัวจะดีกว่าแบบยึดตัวได้ เพราะความแข็งที่ได้จะค่อนข้างคงที่และจะทำงานง่ายกว่า


ผ้ามัสลิน รูปก็ก็อบมาดูเหมือนยังไม่ถูก http://www.pui108diy.com/wp/wp-content/uploads/2015/07/muslin-cooking-filter.jpg

หรือจะใช้ผ้าโพลีเอสเตอร์ที่เป็นตารางประมาณพวกผ้าสกรีนที่ใช้ในงานพิมพ์ซิลสกรีน ทนอุณหภูมิต่อเนื่องได้ 130-135C  การทนต่ออุณหภูมิใช้งานของใยชนิดต่างๆผมหาได้จากเว็บนี้ คืออุณหภูมิที่ให้เป็นตัวอย่างนี้มันสามารถใช้งานได้โดยไม่เสียคุณภาพของเส้นใยทางเคมี แต่ในทางฟิสิกส์อีกเรื่องหนึ่งนะครับเช่นพวกที่ละลายได้เช่นพวกโพลีเอสเตอร์แรงดึงในผ้าหรือการยืดตัวจะเปลี่ยนไปเมื่อได้รับแรงดึงเป็นต้น

ที่ผมเลือกเป็นผ้าตารางๆเพราะต้องการทาปาดลงไปให้กาวซิลิโคนทะลุลงไปติดกาวชั้นล่าง โดยใช้หลักการเหมือนการปาดสีบนผ้าสกรีน เนื้อกาวชั้นบนที่ถูกปาดลงไปจะถูกดันให้กาวผ่านช่องตารางและแรงดันดังกล่าวทำให้กาวจะแผ่เป็นเลเยอร์ทั้งหมดแม้อยู่ใต้เส้นใยของผ้าสกรีนมันจะไม่มีช่องอากาศหรือเส้นที่เป็นตารางอยู่เลย ถ้าเอากล้องส่องดูงานพิมพ์จะไม่เห็นช่องตารางของเส้นใยแต่อย่างใด (ข้อสงสัยนี้เคยถามเพื่อนที่เรียนพวกงานพิมพ์ที่อยู่บางมดมันอธิบายได้จนผมเข้าใจ)


รูปสกรีนที่ลิงค์จากเว็บนี้ http://www.bestdealonshirts.com/wp-content/uploads/2015/04/Screen-Printing-Service-300×200.jpg
ดูเหมือนจะยังไม่ถูก

ยังไงก็ตามผมเลือกใช้ตาข่ายไฟเบอร์กลาส เพราะต้องการให้ทนได้คุณสมบัติที่ดีใกล้เคียงกับที่เขาขายกัน วัสดุพื้นฐานทางเคมีคงครบแล้ว

ทากาวซิลิโคนบนแผ่นตารางใยแก้วทาทับบนลูกปืน apply silicone glue with fiber mesh on bearing

ภาพการทากาวซิลิโคนบนแผ่นตารางใยแก้วทาทับบนลูกปืนที่เตรียมเอาไว้

เอาล่ะครับทำเสร็จแล้วได้หน้าตาแบบนี้ เด๋วผมค่อยมาเขียนวีธีทำต่อนะครับ

 

ลูกกลิ้งซิลิโคน(สำหรับกดกลิ้งร้อนเชื่อมแผ่นคูนิล่อน) DIY-pressure silicone roller from (silicone glue) for Tarpaulin welding

หน้าของลูกกลิ้งซิลิโคนที่ทำเสร็จแล้วครับ (สำหรับกดกลิ้งร้อนเชื่อมแผ่นคูนิล่อน) DIY-pressure silicone roller from (silicone glue) for Tarpaulin welding ใช้กาวซิลิโคนทำขึ้นมาละเลงกาวเป็นชั้นๆบนใยแก้วชนิดตารางห่าง ภายในมีลูกปืน4ตัว ก้านโลหะดำๆทำจากซี่ประตูยืดที่เรียกว่าเหล็กดอกไม้ ติดด้วยกาวอีพ็อกซี่บนด้ามไม้สำหรับด้ามตะไบ

อ่ะครับผมออกแบบลูกกลิ้งตัวนี้แบบชนิดไม่ต้องขึ้นเครื่องกลึงสำหรับประกอบแบริ่ง เพราะไม่อยากเสียค่ากลึงและวัสดุกลึงอีก ก็เลยต้องใช้ลูกปืนมากถึง 4 ลูกแทนแต่ต้องมีทริ๊กนิดนึงให้มันเรียงตัวได้และอยู่ในแกนหมุนเดียวกันก่อนจะละเลงซิลิโคน แน่นอนครับวัสดุทุกอันหาได้ตามร้านทั่วไปด้งต่อไปนี้

วัสดุที่ต้องเตรียมมีดังนี้

  1. กาวซิลิโคนสีขาว(หรือดำหรือใส) ยี่ห้อ Dexerials (หรือ ยี่ห้อsony เดิม ไปซื้อร้านต้องบอกโซนี่ตามร้านฮาร์ดแวร์ทั่วไป) ราคาประมาณ 160 บาทมั๊ง ลืมไปแล้ว
  2. ตาข่ายไฟเบอร์ของTOA หรืออย่างอื่นตามที่แนะนำ ตัดให้มีหน้ากว้าง31.5 มิล ยาว 2เมตร  น่าจะพอนะ เอา 3 เมครเลยก็ได้ จำไม่ค่อยได้แล้วแฮะ
  3. กาวลาเท็กซ์ TOA สำหรับทากันซิลิโคนติด ใช้ยี่ห้ออะไรก็ได้มีขายตามร้านเครื่องเขียน
  4. ลูกปืน เบอร์ 628zz หรือลูกปืนเบอร์628แบบมีฝาปิด2ข้างและมีจารบีภายใน จำนวน 4 ลูก ซื้อแบบยี่ห้อถูกที่สุดในร้าน  ประมาณลูกละ 40บาท*4=160บาท เมื่อลองเปิดดาต้าชีทของSKF(ลูกปืนฝารั่งแบบแพง)  เขาใช้ชื่อว่า 628-2Z  d*D*B= 8*24*8 mm =ขนาดรูใน*ขนาดวงนอก*ความหนาลูกปืน ลูกปืนเบอร์นี้แต่ละลูกรับแรงกดแบบไม่หมุน( basic load static) 1.66 kN หรือประมาณ 166 กิโลกรัมได้อย่างสบาย ใช้ไป4ลูกรับน้ำหนักได้ 600 kg จะเห็นว่าถ้ามันหมุนมันจะรับน้ำหนักได้อีกเท่าตัว(dynamic =3.9kN) (คงเลือกแล้วดูเป็นแล้วนะครับอยากใช้ใหญ่เล็กก็ตามสะดวก ผมชอบSKFมากก็ตรงนี้แหละครับมีดาต้าชีทให้เลือกใช้ ถ้าเป็นพวกลูกปืนมอเตอร์ก็แนะนำSKF อย่าใช้ของถูกๆแบบถูกเว่อร์ๆมันจะใช้ได้ไม่นาน เพราะลูกปืนอาจไม่กลมเท่าไหร่ และอย่าใช้ของมือสองเพราะมันอาจหมดสภาพแล้วเฉพาะมอเตอร์นะ ยี่ห้ออื่นๆก็ดีเหมือนกัน ญี่ปุ่น ,เยอรมัน ถ้าไม่มีก็ใช้ได้ดี เช่น NTN NSK KOYO ,FAG แต่แนวๆจีนไม่ควรใช้ ) ลูกปืนที่ใช้กับลูกกลิ้งนี้น่าจะของจีนยี่ห้อNHKแบรนด์จนทะเบียนบริษัทในไทยแต่ไม่ได้ใช้กับมอเตอร์ไม่แคร์ถูกๆก็ใช้ได้628 bearing data information SKF
  5. แหวนอีแปะขนาดวงนอกประมาณ 40มิล แหวนอีกแปะขนาดรองลงมา รองลงมาอีกเบอร์ และแหวนอีแปะขนาดรูใน8มิล อย่างละ 2 อัน น็อตหัวจมหรือหัวเหลี่ยม M8x60 1ตัว และ หัวน็อต  สำหรับประกอบก่อนทากาว ดังรูป วิธีการประกอบลูกปืนกับแหวนต้องละเอียดนิดนึงคือ ต้องเล็งแหวนวงใหญ่สุด40มิลให้ได้เซนเตอร์เดียวกับลูกปืนใช้เวลาสักนิดนึงไม่ต้องรีบร้อน ถ้าเล็งไม่ตรงศูนย์เดียวกัน เวลากลิ้งลูกกลิ้งที่ทำเสร็จแล้วมันจะกลายเป็นลูกเบี้ยวแทนลูกกลิ้ง ต้องเล็งต้องวัดอย่างละเอียดมากๆ ผมใช้เวอร์เนียร์วัดดูความลึกระหว่างปีกแหวนด้านนอกกับวงลูกปืนด้านนอกทุกด้านต้องลุกเท่ากันอ่ะครับ ถ้าไม่มีก็ใช้ไม้บรรทัดเหล็กก็ได้เล็งๆไปเด๋วก็ได้เอง ขันน็อตค่อยๆแล้วก็เคาะแหวนเบาๆไปเรื่อยๆ แล้วค่อยๆขันให้แน่นขึ้นจนแน่นมากไม่หลุดเลื่อน

    bearing_washer_bolt assembly before apply silicone glue

    หน้าตาของลูกปืน แหวน และน็อต เมื่อประกอบเสร็จ แหวนใหญ่กับลูกปืนต้องได้ศูนย์เดียวกันทุกตัวของลูกปืนและแหวนใหญ่ ลูกปืนมันถูกบังคับโดยน็อตหัวจม โดยแรกสุดต้องเคาะลูกปืนทุกตัวให้ติดกับน็อตด้านนึงให้แน่นเป็นภาคแรก จริงๆระยะช่องว่างระหว่าลูกปืนกับน็อตประมาณ0.1 มิล(เพราะน็อตมันยาวจึงไม่ใช่เกลียวตลอดจะใช้น็อตยาว65หรือ70ก็ได้ปลอดภัยดี อย่างไรก็ตามก็ต้องเคาะลูกปืนให้ติดกับน็อตข้างใดข้างนึงก่อนเพราะถ้ามีการเหลื่อมกันมันจะกลิ้งไม่สมูท

  6. อุปกรณ์ในการทาซิลิโคนคือ การ์ดพลาสติกแข็งๆ ตัดให้ได้ความกว้างประมาณ31.5มิลลิเมตร สำหรับทำการปาดซิลิโคนบนลูกปืนที่อยู่ระหว่างร่องระหว่างแหวน ลูกปืน4ลูกเมื่อเอามาเรียงกันจะมีความกว้าง32มิลเป๊ะๆๆ
  7. ความกล้าที่จะทำเสีย หรือความกล้าได้กล้าเสีย หรือความกล้าที่ทำแล้วได้ของดี จริงๆก็ไม่เคยทำเหมือนกันหวั่นๆอยู่แต่ความหวั่นมันแค่10เปอร์เซนต์เอง ทำได้ชัวร์ เพราะคิดก่อนแล้วจึงทำงับ
  8. เมื่อทาเสร็จแล้วก็ต้องหาก้านเหล็กแบนๆมายึด ผมใช้ซี่เหล็กประตูยืดโดยเอาใบเลื่อยๆไปเลื่อยประตูยืดตึกแถวข้างบ้านมา1อัน เอ้ยไม่ใช่ ไปร้านเหล็กหาซื้อซี่ประตูยืดที่ชื่อว่าเหล็กดอกไม้ อันยาวราคาอันละ15บาท ขนาดพอดีสำหรับทำก้าน หนา 4 มิล มันหนามากงอไม่ลงง่ายๆ จริงๆทำเสียไป1 อันแล้วล่ะครับ อันที่เห็นในรูปมันทำอีกอันอัน เพราะตอนงอใช้ปากกาเล็กๆจับแลัวใช้ค้อนทุบ ปรากดว่าเบี้ยวพยายามดัดไปมาอยู่นานเพราะต้องการให้ได้มุมสวยๆ เลยเอาสกัดเคาะทำมุมเอาไว้นิดนึงจะได้ดัดง่ายๆ ใช้ค้อนปอนด์เคาะโป๊กๆๆ ปรากดว่าหักครับเพราะมุนดัดมันน้อย ก็เลยเอาไปเจียให้บางบริเวณที่จะดัดงงอให้มันบางเหลือ3มิล แล้วจึงมางอดูปรากดว่าเวิร์กครับ
    ซี่เหล็กดอกไม้ สำหรับประกอบบนประตูยืด

    ซี่เหล็กดอกไม้ (มันเป็นภาษาช่าง ต้องไปร้านขายเหล็กรูปพรรณที่มีเหล็กขนาดไม่ใหญ่หลายๆแบบ ถ้าเขาไม่รู้ก็บอกว่าซี่เหล็กประตูยืด เขาถามว่าเป็นอย่างไร ก็ชี้ไปที่หน้าบ้านเขาอ่ะ) ชนิดซี่ยาวสำหรับประกอบบนประตูยืด ทีซื้อมามีรูเรียบร้อยแล้ว เจาะเพิ่มอีกหน่อยให้เป็น 8 มิล ตัด เอาไปเจียออกให้เหลือความหนาประมาณ3มิล สำหรับส่วนที่จะดัด แล้วก็ดัดด้วยปากกาจับเหล็กและเอาค้อนทุบ หรือไม่ก็เอามืองอเอาเลยก็ได้เพราะ ความหนา 3 มิล มันงอง่ายกว่า 4 มิลมากมายนัก

    curved steel bar -DIY pressure silicone roller

    ซี่เหล็กดอกไม้ที่ผ่านกระบวนการแล้ว ทั้ง เจาะ เจีย ดัด พร้อมใช้ประกอบกับงานแล้ว

  9. ด้ามไม้งานจะไบด้ามใหญ่ อันละ15บาทมั้งจำไม่ได้แล้ว แล้วก็กาวอีพ็อกซี่ ยี่ห้อตลาดๆเช่น Altheco ประมาณ70 บาทสำหรับทาก้านติดกับด้ามไม้ ทีผมเลือกใช้คือแบบใส

 

ขั้นตอนการทำ ดูในวีดีโอเลยครับ

 

ในช่วงกลางๆของวีดีโอมีการทดสอบหรือวัดความแข็ง เป็นการวัดความแข็งด้วย มิเตอร์วัดความแข็งยาง สเกลที่ใช้คือ shoreA การวัดความแข็งดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปเพียง 1 วัน คือมันยังไม่แข็งสนิทดี ในวีดีโอความแข็งยางซิลิโคนโซนี่อยู่ที่ 10-15 แต่เมื่อมันแข็งสนิทดีแล้วความแข็งจะได้อยู่ ที่ 20 shoreA เป็นมาตรฐาน

ผมได้ตัวอย่างยางซิลิโคนโซนี่เมื่อ 10 ปีก่อนเก็บไว้ตั้งนานแล้ว กับของปัจจุบันเมื่อเปลี่ยนชื่อยี่ห้อแล้วตอนนี้ความแข็งมาตรฐานมันอยู่ที่ 20 shoreA เหมือนเดิม

โดยความเป็นจริง ซิลิโคนโรเลอร์หรือลูกกลิ้งซิลิโคน ยางที่ขายอยู่ตามท้องตลาดจะมีความแข็งประมาณ 80 shoreA ซึ่งหล่อเป็นก้อนหนาๆได้ และซิลิโคนชนิดเทหล่อเองได้ความแข็ง80shoreAในปัจจุบันในประเทศไทยก็ยังไม่มีเจ้าไหนเอาเข้ามาขาย ถ้าจะใช้ก็ต้องสั่งให้เขาหล่อมาหรือไม่ก็สั่งน้ำยาเข้ามาเอง ยิ่งมีความแข็งมากก็ยิ่งมีความหนืดสูง ผสมยาก และต้องเข้าตู้สูญญากาศด้วยไม่งั้นฟองตรึม

ซิลิโคนโซนี่มีความแข็งยางอยู่ที่ 20 shoreA

รอรูปประกอบนิดนึงนะ

ความแข็งของลูกกลิ้งซิลิโคนอยู่ที่ 40-50 shoreA แต่ผิวกดลงเพียง 1 มิลลิเมตรเท่านั้นแต่ใช้งานได้ดีพอสมควรครับ เพราะใช้หลักการของล้อรถเข็น ความแข็งจึงไม่ได้เท่ากับ 80 shoreA แต่ใช้งานได้เหมือนกัน ที่ผิวมีความยึดหยุ่นดีมาก และที่สำคัญคือเอากาวซ่อมได้ ถ้าเป็นพวก 80 shoreA ผิวเสียแล้วก็ต้องเอาไปขัดกระดาษทรายออก ถ้าหลุดเป็นร่องลึกก็ต้องทิ้งอย่างเดียว

รูปประกอบรอนิดนึง

การใช้กาวความแข็ง 20 shoreA มาใช้งาน ทำลูกกลิ้งยางครั้งนี้ เคล็ดลับอยู่ที่เนื้อซิลิโคนเพียวๆที่ไม่มีไฟเบอร์กลาสจะมีความหนาไม่เกิน1มิลจากผิวลูกกลิ้ง ถ้าลองเอานิ้วกดดูพบว่าเนื้อลูกกลิ้งที่ลึกลงไปมากกว่า 1 มิลจะเอานิ้วกดไม่ลง เพราะไฟเบอร์กลาสมันรับเอาไปหมดแข็งมากและหนักมากด้วย จริงๆผิวที่ใช้ก็แค่ 1 มิลเท่านั้นแหละครับ ถ้าหาลูกกลิ้งเหล็กมาแล้วเอากาวซิลิโคนทาลงไปให้ได้ความหนา 1 มิล ก็ใช้งานได้เหมือนกันไม่ได้ยุ่งยากอะไร ถ้าใช้งานไม่ได้หนักมากก็หาลูกกลิ้งยางที่มีขายตามท้องตลาดมาเคลือบกาวให้มีความหนา 1 มิลก็ใช้งานได้แล้วครับ อย่าไปซีเรียสอะไร ลองหาวิธีอื่นๆที่ง่ายกว่านี้ก็ได้นะครับ หลักการคล้ายๆกับรูปล้อข้างล่าง ยูรีเทนเหลืองๆจะใช้สำหรับเทหล่อให้ติดก้บวงล้อเหล็กสีดำ

การทำลูกกลิ้งซิลิโคนด้วยกาวก็เหมือน ล้อรถเข็นแบบเฮวี่ดิวตี้ โครงเป็นเหล็กผิวล้อเป็นยางหนาไม่ถึง8มิล ความแข็งยางยูรีเทนเหลืองๆนี้ ประมาณ 90 shoreA เวลาเข็นจะไม่กระแทก แต่ละล้อรับน้ำหนักได้1ตัน (แล้วแต่การออกแบบ)


ดูเหมือนภาพนี้จะมาจาก http://img2.plazathai.com/uppic/5c/08045fb7eb969bfdae70e9db1ad83f5c.jpg

ตอนแรกผมขี้เกียจทำ จะเอาไม้นวดแป้งซิลิโคน หรือซิลิโคนลูกกลิ้งที่ใช้กลิ้งแป้งทำอาหารมาดัดแปลงๆ แต่คิดไปคิดมามันก็หลายตัง(อันละ200อัพ) แล้วต้องดัดแปลงหลายรอบ …ทำใหม่ดีกว่าง่ายกว่า ทาๆกาวกลิ้งๆนี่ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง เตรียมของก็เป็นวัน คิดออกก็หลายวันกว่าจะลงใจว่าวิธีนี้ดี

อย่างไรก็ตามตอนท้ายวีดีโอผมลองใช้ตัวเป่าลมร้อนของ dremel รุ่น versatip มาเป็นตัวเป่าลมร้อนพบว่ามันทำความร้อนได้พอสมควร แต่ไม่ค่อยดีไม่ร้อน ไม่ได้ดั่งใจเหมือนกับในวีดีโองานเชื่อมของฝาหรั่ง ก็เลยเป็นโปรเจ็คอีกรอบคือ ตอนทีสองครับ

ส่วนตัวเป่าลมร้อนดรีมเมลผมก็ยังดัดแปลงต่อเพราะนึกว่าที่มันไม่ร้อนก็เพราะลมมันเป่าออกน้อยไป ลืมนึกไปถึงเรื่องความร้อนหรือเปลวไฟมันเล็กให้ความร้อนน้อยไป ด้นไปเสียเงินกับท่อทองแดง ดัดแปลงให้เข้ากับ หัวเป่าลมร้อน dremel ประมาณ 500 บาทได้ แล้วเอาปั๊มลมที่ใช้กับอ๊อกตู้ปลาแต่มีขนาดใหญ่หน่อยมาต่อเข้าไปหาท่อลมซิลิโคนมาติดกับท่อทองแอง   ไม่น่าทำเลยเสียเงินซื้อทองแดงมาฟรี(แพงด้วยโดยเฉพาะท่อ 7/8 นิ้ว เมตรละ 400 บาท)   รูปตัวอย่างงานที่ผิดอยู่ข้างล่างแล้วครับ

อย่างที่เห็นในรูป มีข้อต่อทองแดงเป็นลำ ปลายถูกทุบแบน ได้ความกว้างของปากแบน 20 มิลลิเมตร มีท่อขาวๆคือท่อซิลิโคนต่ออกมาไปเข้ากับปั๊มอ๊อกตัวใหญ่ พบว่ามันให้ความร้อนไม่เพียงพอ คือไม่ร้อนอ่ะ ดีไซน์ก็มั่วๆมีข้อผิดวพลาอยู่เยอะเลย เพราะส่วนใหญ่ถ้ามันใช้งานได้ท่อทองแดงจะต้องร้อนเกือบ400 องศาC ดันใช้กาวซิลิโคนมาเชื่อม รูในขาวๆคือยางซิลิโคนที่เป็นซีลเอาไปประกอบกับหัวเป่าลมร้อนดรีมเมล  สรุปคืองานที่ผิดพลาด ผมลงให้ดูด้วยเพื่อเป็นตัวอย่างความผิดพลาด

อย่างที่เห็นในรูป มีข้อต่อทองแดงเป็นลำ ปลายถูกทุบแบน ได้ความกว้างของปากแบน 20 มิลลิเมตร มีท่อขาวๆคือท่อซิลิโคนต่ออกมาไปเข้ากับปั๊มอ๊อกตัวใหญ่ พบว่ามันให้ความร้อนไม่เพียงพอ คือไม่ร้อนอ่ะ ดีไซน์ก็มั่วๆมีข้อผิดวพลาอยู่เยอะเลย เพราะส่วนใหญ่ถ้ามันใช้งานได้ท่อทองแดงจะต้องร้อนเกือบ400 องศาC ดันใช้กาวซิลิโคนมาเชื่อม รูในขาวๆคือยางซิลิโคนที่เป็นซีลเอาไปประกอบกับหัวเป่าลมร้อนดรีมเมล สรุปคืองานที่ผิดพลาด ผมลงให้ดูด้วยเพื่อเป็นตัวอย่างความผิดพลาด

เอาล่ะครับ จบแล้วรอตอนต่อไป

 

 

10,637 total views, 1 views today

Webboard tt ที่ผมดูแลอยู่ และขอใช้พื้นที่เขา ลิงค์>> www.ac108.com/forum_thai