มิตรเทียม  ๔ ประเภท
ทรงแสดงมิตรเทียม ( มิตตปฏิรูปกะ)  ๔ ประเภท คือ
๑. มิตรปอกลอก
๒. มิตรดีแต่พูด
๓. มิตรหัวประจบ
๔. มิตรชวนในทางเสียหาย
พร้อมทั้งแสดงลักษณะของมิตรเทียมทั้งสี่ประเภทนั้น ประเภทละ   ๔ ประการ.
มิตรแท้ ๔ ประเภท
ทรงแสดงมิตรแท้  ๔ ประเภท คือ
๑. มิตรมีอุปการะ
๒. มิตรร่วมทุกข์ร่วมสุข
๓. มิตรแนะประโยชน์
๔. มิตรอนุเคราะห์ ( อนุกัมปกะ )
พร้อมทั้งแสดงลักษณะของมิตรแท้ทั้งสี่ประเภทนั้น  ประเภทละ ๔ ประการ.

(ในนวโกวาทใช้ว่า มิตรมีความรักใคร่ คือ ทุกข์ ๆ ด้วย สุข ๆ ด้วย โต้เถียงคนที่ติเตียนเพื่อน รับรองคนที่พูดสรรเสริญเพื่อน ส่วนมิตรมีอุปการะประเภทแรก คือป้องกันเพื่อนผู้ประมาท ป้องกันทรัพย์ของเพื่อนผู้ประมาท เมื่อมีภัยเอาเป็นที่พึ่งได้ เมื่อมีธุระออกทรัพย์ช่วยเหลือเกินกว่าที่ออกปาก. ในที่นี้ได้เทียบให้ดูมิตรมีอุปการะ กับมิตรอนุเคราะห์ ซึ่งมีชื่อคล้ายกันว่ามีลักษณะต่างกันอย่างไร)

ที่มา จากหนังสือ “พระไตรปิฎก ฉบับสำหรับประชาชน ย่อความจากประไตรปิฎกฉบับภาษาบาลี ๔๕ เล่ม” โดยคุณสุชีพ ปุญญานุภาพ
เว็บไซด์ที่ค้นได้ www.larnbuddhism.com/tripitaka/  ลิงค์ที่มีข้อความนี้
หาอ่านได้เพิ่มเติมใน พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค เล่ม ๓ สิงคาลกสูตร   ;D


ผมขอแยก ความคิดเห็นของตัวเอง กับ ธรรมะจากพระโอษฐ์ เนื่องจาก อาจจะมีความเข้าใจผิดกับเรื่องหรือเนื้อหาเนื่องจากมีงานเลี้ยงรุ่นที่กำลังจะจัดขึ้นในวันที่ 17 สิงหาคม 2513  งานเลี้ยงรุ่น ก็เกี่ยวกับเพื่อน ก็เลยยกเอาเรื่องที่มีประโยชน์ที่เกียวกับเพื่อน มาศึกษาและวิจัยกันให้ถ่องแท้ ผมคิดว่าความคิดเห็นที่มีต่อเนื้อหาธรรมะเป็นสิ่งที่มีได้ ถ้ามันเป็นความจริงก็ต้องจริงทุกครั้ง แต่ถ้าไม่จริง ไม่ถูกต้อง ยังสงสัยอยู่ ก็ให้ถามไถ่กันศึกษากันให้เข้าใจ พอเข้าใจกันแล้วก็เอาไปปฏิบัติ ถ้าไม่เข้าใจไม่น่าเชื่อก็เก็บเอาไว้ก่อนคงมีสักวันที่เราจะเข้าใจกันได้

การยกเรื่องอะไรมาพูดก็แล้วแต่มักมีผลกระทบกับคนรอบๆเสมอ ตอนนี้เราก็คบๆเพื่อนกันอย่างน้อยน่าจะ 20 ปีแล้วล่ะ เพื่อนดีก็มีเยอะ เพื่อนไม่ดีก็มีมาก แต่เราต้องเข้าใจตัวเราเองก่อน อย่างผมกับเพื่อนคนๆนึงเราก็เป็น ทั้งเพื่อนดีและเพื่อนไม่ดีกับมันได้แต่เป็นคนละเวลากัน เป็นเรื่องธรรมดาของคนครับ เพราะเรายัง โลภ โกรธ หลง อยู่กันทุกวัน เกือบทุกเวลา มีบางเวลาบ้างที่ปราศจากอารมณ์ รัก โลภ โกรธ หลง เช่น ตอนไปงานศพเพื่อน หรือครู หรือญาติเป็นต้น เรื่องปลอกลอกหรือโกงกันผมไม่นิยมอย่างแรง บางทีผมกับเพื่อนคนนี้ผมก็ดีแต่พูด แต่ประจบคนไม่ค่อยเป็น แต่ชวนไปในทางเสียหาย(แต่ไม่มาก)ก็ออกบ่อย เช่นเพื่อนชวนไปดูหนัง เที่ยวเตร่ อย่างนี้ผมก็เคยชวนเพื่อนกันออกบ่อย ทางภาษาธรรมะเขาเรียกประมาท แต่ก็ไม่ถึงกับชวนเพื่อนไปกินเหล้า การพนันไม่เคยแตะ

ผมไม่เคยถูกเพื่อนหักหลัง เพราะผมไม่เคยคิดว่าจะมีใครหักหลังใคร เนื่องจากเข้าใจในเหตุปัจจัยของคนนั้นที่มีต่อสภาวะนั้นเช่น ความรัก โลภ โกรธ หลง กลัว หรืออื่นๆ จนเพื่อนเหล่านั้นกระทำสิ่งที่ผิดพลาดกับเรา แล้วเราก็จะไม่คบมัน  เคยโดนยืมเงินแล้วไม่คืนไหม มีครับตอนนั้นรู้สึกวิตกังวลมาก เนื่องจากกลัวจะเสียเพื่อนด้วย แต่พอดีผมไปฟังธรรมะบ่อยๆหลวงปู่ท่านก็สอนว่า การถูกยืมเงินแล้วไม่คืนทำให้เสียเพื่อน พบกันเจอกันมันก็หลบหน้าหนี หลวงปู่ท่านเทศน์ก็สอนว่า ตอนให้ใครยืมก็บอกเพื่อนไปว่า นี่เพื่อนเงินก้อนนี้ให้เพื่อนยืมไปเพราะเห็นว่าเพื่อนจำเป็น ถ้าเพื่อนไม่มีตังค์คืนก็ไม่เป็นไรถือว่าให้เพราะเป็นมิตรกัน จะได้เจอหน้ากันไม่ต้องหนีหน้า พอท่านเทศน์สอนปุ๊ปผมก็ปิ๊ง เอาลองไปทำดู ตกเย็นก็โทรหาเพื่อน  เนื่องจากเพื่อนคนนี้ยืมตังค์แล้วก็คืนมาครึ่งนึง แล้วก็ยืมเพิ่มอีก เจอทีไรเขาก็รู้สึกว่าเป็นหนึ้ ผมก็เลยคุยกัน พูดในทำนองที่หลวงปู่สอน ผมรู้สึกเป้นสุขใจ ไม่ต้องวิตกกังวลกันอีก ไม่ต้องห่วงเรื่องเงินด้วยเพราะผมยกให้เขาไปแล้ว ถือว่าชาติก่อนๆเราก็อาจเคยยืมเขาละกัน

ผมว่าการให้อภัยเพื่อนในสิ่งที่เพื่อนทำผิดต่อเราเป็นสิ่งที่ควรทำ การเลิกคบกันควรทำในเวลาอันสั้นแล้วก็มาคบกันใหม่  ผมลองถามตัวเองดูว่าเคยทำผิดพลาดอย่างไม่น่าอภัยไหม เคยครับ สุดท้ายแล้วก็ต้องให้อภัยตัวเอง เพราะไม่งั้นจะแบกโลกทั้งโลกไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็ต้องปล่อยหรือให้อภัยตัวเอง หรือไม่ก็บ้าครับ มีสองอย่าง  ถ้าเราให้อภัยตัวเองได้ เราไม่ควรอภัยให้เพื่อนบ้างหรือครับ

ในเรื่องมิตรแท้ 4 ประเภท บางเวลากับเพื่อนบางคนผมก็ไม่ใช่เพื่อนแท้กับมันเพราะอะไรครับ เพราะผมคิดหรือรับเอาคำว่าสัตว์โลกเป็นไปตามกรรม กูก็บอกมึงแล้วว่าอย่างนี้ไม่ดีๆ แต่มึงจะทำ แล้วทำไงครับ ตอนนั้นกูก็ไม่ใช่เพื่อนมึง ก็ให้มืงลองทำดู เรียนรู้จากความผิดพลาดของมึง แล้วถ้าผมไปเจอตอนเพื่อนมันทำแล้วมันผิดพลาด กูก็ได้แต่ปลอบใจมึง ถามว่าได้แต่ปลอบใจมึงตอนนั้นเป็นเพื่อนแท้หรือเปล่า จริงๆไม่เข้าองค์ประกอบนะ สมมติว่าเพื่อนอกหักโทรมาชวนกินเหล้า ตอนกินเหล้ากับมันถือว่าเป็นเพื่อนแท้หรือเปล่า มันก็ไม่เข้าองค์ประกอบอีกนั่นแหละ ถ้าจะเข้าองค์ประกอบต้องดูที่เจตนาและการกระทำตอนนั้นๆ หมายถึงวินาทีนั้นๆ เช่น   เพื่อนอกหักชวนกินเหล้าแต่มันไม่บอกว่าที่อกหักเพราะมันมีเมียหลายคน แต่เราตอบตกลงไปเนื่องจากกลัวมันทำอะไรผิดพลาดหนักขึ้นต้องไปเป็นเพื่อนมันก่อน วินาทีที่คิดอย่างนั้นและเราไปหามันเราก็เป็นมิตรแท้กับมัน แต่พอมันเทเหล้าให้กินเรากินกับมันเราก็ไม่ใช่เพื่อนแท้กับมันเป็นต้น  สิ่งที่สำคัญอีกอย่างที่น่าจะขาดไม่ได้เลยคือปัญญาครับ ไม่งั้นเราก็อาจตึความผิดๆได้

ในเรื่องของปัญญา ต้องนำมาใช้วิเคราะห์ข้อความ เช่น มิตรมีอุปการะ เพื่อนมายืมตังค์ไปทำทุนแต่ดูแล้วโครงการดูโง่ท่าจะเจ๊งไม่ให้มันยืมดีกว่า แล้วไปช่วยอย่างอื่นแทนบอกว่าไม่ให้ยืมแต่แนะนำว่าทำไงถึงจะไปรอดด้วยทุนที่มันมีอยู่ ในใจคิดว่าถ้ามึงลองทำอย่างที่กูบอกกูอาจจะช่วยเหลือมึงนึกในใจนะ  แต่แม่งมาโกรธกูบอกว่า มึงเป็นเพื่อนไม่ดี ไม่ให้กูยืมถามว่าในชีวิตจริงต้องทำอย่างไรครับ    เรามาวิเคราะห์กันก่อนเลยว่าเราเป็นเพื่อนไม่ดีหรือเปล่า  ถ้าขาดปัญญาเราก็จะวิเคราะห์ทุกอย่างเข้าข้างตัวเอง เช่น มีเพื่อนที่ควรได้รับการอนุเคราะห์ ก็มีการป่าวประกาศให้เพื่อนช่วยกัน แต่มีเพื่อนในวงบอกว่า ไอ้นี้มันโกหกหลอกลวงอย่าไปช่วยเพื่อนมัน ก็ต้องใช้ปัญญาวิเคราะห์กันเอาครับ ส่วนผมผมช่วยเท่าที่ช่วยได้ครับการฟังข้อมูลในทางที่ไม่ดีนั้นผมคิดว่าถ้าเกิดมันมีปัญหาจริงๆแล้วเราไม่ช่วยก็รู้สึกแย่มากๆครับแต่ถ้ามันโกหกกูก็ถือว่ากูให้มึง

SmileSmileSmileSmileSmileSmileSmileSmileSmileSmileSmileSmileSmileSmileSmileSmileSmileSmileSmileSmileSmileSmileSmileSmileSmile

สุดท้ายในเรื่องของปัญญา ถ้าเราเป็นหนี้เงินเพื่อน ผมอยากยกตัวอย่างเพื่อนผมคนนึง ที่ชื่อป็อก สว่างพงษ์ เพื่อระลึกถึงเพื่อนที่คงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว สมัยตอนเรียนประถมตอนนั้นรู้สึกว่าผมมีเกมส์กด หรือ เกมวอชท์ เป็นเกมส์โดราเอม่อน มีญาติซื้อมาฝากให้ที่บ้านเล่น ผมก็เลยเอามาโรงเรียน ป็อกก็ยืมผมไปเล่น สักอาทิตย์นึงมันก็มาบอกว่าเกมส์มันหายไปแล้วอ่ะ ผมก็บอกมันว่าทำไงอ่ะ มันบอกเอางี้ละกันมันจะจ่ายค่าเกมส์ที่หายไปด้วยการผ่อนวันละบาท เป็นเงินราวๆ 300 บาท ผมก็ตอบตกลง ไปๆมาๆผมก็เก็บเงินมันได้ราวๆ 3-4เดือน แล้วก็ขี้เกียจเก็บ 1บาทซื้อลูกอมได้ 3 เม็ด กินข้าวยังไม่ได้เลย แต่มันกับผมก็สนิทกันในสมัยนั้น และมันก็มีปัญญาว่าจะใช้ให้ ถ้าเราเป็นหนี้เพื่อนเราอยากใช้หนี้เพื่อนแต่เราไม่มีเงินก้อน เราก็ใช้การผ่อนละกัน เดือนละ 500-2000 บาท ผ่อน 30 ปีก็ได้มั้งแล้วแต่ตกลง เท่านี้ความเป็นเพื่อนก็ยังคงอยู่ตลอดไป

Ha HaHa HaHa HaHa HaHa HaHa HaHa HaHa Ha

————————————

4,969 total views, 2 views today

Comments

comments